คอลัมน์ กฎหมายธุรกิจ: รัฐวิสาหกิจในกระแสปฏิรูปโทรคมนาคม

รุจิระ บุนนาค

          ขณะนี้กระแสการปฏิรูปกิจการโทรคมนาคมได้กลายเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความสนใจ จากเดิมที่เป็นเพียงข้อเสนอของนักวิชาการซึ่งมองเห็นความจำเป็นที่กิจการโทรคมนาคมต้องเริ่มทำการปฏิรูป มาสู่การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ชะลอการดำเนินการใน 4 โครงการสำคัญ ได้แก่ การจัดประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่1800 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่900 เมกะเฮิรตซ์ โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม(USO) และโครงการสนับสนุนช่วยเหลือการเปลี่ยนผ่านทีวีจากระบบอะนาล็อกเป็นระบบดิจิทัลด้วยการแจกคูปองแก่ประชาชนเพื่อให้มีการตรวจสอบรายละเอียดและปรับปรุงโครงสร้างตลอดจนจัดทำข้อบังคับ และแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้สังคมเกิดความไว้วางใจและเกิดประโยชน์กับรัฐอย่างเต็มที่

          ในประเด็นชะลอการจัดประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจทางด้านสื่อสารโทรคมนาคมอย่างเช่นบริษัท กสท โทรคมนาคม หรือ กสท. และบริษัท ทีโอที หรือ ทีโอที เนื่องจากทั้ง2 องค์กรล้วนแต่มีรายได้สำคัญจากสัญญาสัมปทานคลื่นความถี่ย่าน1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์กับบริษัทผู้ให้บริการรายหลักในปัจจุบัน ซึ่งสัญญาสัมปทานดังกล่าวกำลังทยอยสิ้นสุดลง แต่สิ่งที่รัฐวิสาหกิจด้านสื่อสารอย่างกสท. ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เป็นความพยายามที่จะขอเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการ4จี ต่อ คสช.

          ที่ผ่านมา กสท. เป็นผู้ให้สัมปทานคลื่น1800 เมกะเฮิรตซ์ กับบริษัทผู้ให้บริการรายหนึ่ง แต่ กสท. ก็มีบทบาทเป็นเพียงผู้กำกับดูแล และคอยรับรายได้จากค่าสัมปทานในแต่ละปี แม้ กสท. จะบริหารและให้บริการ 3จี ซึ่งมีผู้ใช้บริการประมาณ 2 แสนเลขหมาย ในขณะที่มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือทั้งประเทศกว่า 80 ล้านเลขหมาย จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมเกิดข้อกังขาว่าหาก กสท. เข้าร่วมประมูลและได้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่น1800 เมกะเฮิรตซ์สำหรับ 4จี แล้วจะสามารถบริหารจัดการ และให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพได้หรือไม่

          นอกจากนี้ หาก กสท.เข้าร่วมประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่จริงเงินประมูลที่จะต้องชำระให้แก่ กสทช. แม้จะเป็นเงินจาก กสท.เอง แต่ก็ถือเป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน จึงถือเป็นการนำเอาเงินงบประมาณแผ่นดินมาประมูลและจ่ายให้แก่ กสทช.นั่นเอง และสุดท้าย กสทช.ก็ต้องนำเอาเงินรายได้จากการประมูลของ กสท. หักค่าใช้จ่ายแล้วส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดินเข้าลักษณะอัฐยายซื้อขนมยาย ไม่ได้ทำให้เกิดการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม และไม่สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปในโทรคมนาคมในขณะนี้

          บทบาทที่เหมาะสมของรัฐวิสาหกิจอย่าง กสท. หรือ ทีโอที ในอนาคตน่าจะเป็นสิ่งที่ปลัดกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีทีได้เสนอไว้เมื่อไม่นานนี้ว่ากระทรวงไอซีทีพยายามที่จะผลักดันให้รัฐวิสาหกิจที่อยู่ในการกำกับดูแลทั้ง กสท. และทีโอที ควบรวมกิจการกันเพื่อจัดตั้งโครงข่ายแห่งชาติ ซึ่งเป็นการนำเอาโครงข่ายเคเบิลใยแก้วใต้น้ำของทีโอที และโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงของ กสท. มารวมกัน เพื่อทำให้ประชาชนผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงการใช้บริการที่มีประสิทธิภาพ และยังเป็นการช่วยลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนภาครัฐอีกด้วย และหากในอนาคตสามารถดึงเอาผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายหลักของประเทศทั้ง 3 ราย เข้าร่วม ก็จะทำให้รัฐได้รับประโยชน์จากการที่เอกชนเข้ามาช่วยวางโครงข่าย

          ท่ามกลางกระแสการปฏิรูปกิจการโทรคมนาคมที่เริ่มเดินหน้า รัฐวิสาหกิจทางด้านสื่อสารโทรคมนาคมจึงควรรีบปรับตัวเพื่อหาจุดยืนที่เหมาะสมของตน อันจะทำให้องค์กรสามารถดำรงอยู่ได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ความพยายามที่จะลงมาแข่งขันกับเอกชน นอกจากเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณแล้วยังอาจทำให้ประชาชนไม่ได้รับการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ การร่วมเดินในกระแสการปฏิรูปโทรคมนาคมจะทำให้กิจการโทรคมนาคมโดยรวมของประเทศพัฒนาไปอย่างมั่นคง