คอลัมน์ ไม้นี้ต้องเคาะ TRUE

          โดย...เทพคำนวณ

          ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 1,460 จุดหลังจากปรับตัวลดลงในช่วงเปิดตลาดไปทดสอบ 1,450 จุดจากแรงขายหุ้นในกลุ่มสื่อสารที่มีการประกาศเพิ่มทุนของหุ้น TRUE วันนี้ก็เลยขอถือโอกาสพูดถึงหุ้น TRUE  สักหน่อย เนื่องจากเป็นหุ้นที่ตลาดให้ความสนใจ แต่คงไม่ละเอียดเหมือนกับบทวิเคราะห์ แต่เป็นมุมมองด้านหนึ่งที่น่าจะมีประโยชน์ต่อนักลงทุน

          TRUE กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด แบ่งกลุ่มธุรกิจหลักเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย

          1. ธุรกิจออนไลน์ ภายใต้ทรูออนไลน์ ประกอบด้วย บริการโทรศัพท์พื้นฐานและบริการเสริมต่างๆ บริการโครงข่ายข้อมูล บริการอินเทอร์เน็ต และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบริการบรอดแบนด์สำหรับลูกค้าทั่วไป บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (WiFi) และบริการ WE  PCT (บริการโทรศัพท์พื้นฐานใช้นอกสถานที่)

          2. ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายใต้กลุ่มทรูโมบาย ให้บริการระบบ 2G 3G และ 4G LTE ภายใต้แบรนด์ ทรูมูฟ และทรูมูฟ เอช โดยบริการ CDMA ถูกปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเมษายน 2556

          3. ธุรกิจโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก ภายใต้ชื่อ ทรูวิชั่นส์ทั้งนี้สำหรับผลประกอบการด้านการเงินของธุรกิจคอนเวอร์เจนซ์และอื่นๆ ซึ่งรวมธุรกิจค้าปลีกสำหรับแพ็กเกจที่รวมผลิตภัณฑ์ภายในกลุ่มทรูเข้าด้วยกัน จะถูกรวมอยู่ในกลุ่มธุรกิจของทรูออนไลน์

          ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปี 57 มีรายได้รวม 26,051 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,855 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.27 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับผลการดำเนินไตรมาสที่ 1 ปี 56 ที่มีรายได้รวม 24,173 ล้านบาท แต่ขาดทุนสุทธิ 1,109 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 0.08 บาท

          สาเหตุที่ TRUE  มีกำไรเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 1 ปี 57 เนื่องจากมีการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายกองทุนโครงสร้างพื้นฐานหรือ TRUEIF  จึงทำให้มีกำไรพิเศษเพิ่มขึ้นกว่า 5,300 ล้านบาท

          แต่ถ้าหักรายการดังกล่าวออกไป ผลการดำเนินงานของ TRUE  ก็ยังขาดทุน เนื่องจากมีการตัดจำหน่ายค่าเสื่อมระบบเดิม 2G เดิมในอดีต ส่วนผลการดำเนินงานปี 56 มีรายได้รวม 104,398 ล้านบาท แต่ขาดทุนสุทธิกว่า 9,063 ล้านบาท หรือคิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 0.62 บาท เนื่องจากการตัดจำหน่ายค่าเสื่อมระบบเดิม และการจ่ายดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง

          การประกาศเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 2.5725 : 1 ราคาหุ้นละ 6.45 บาท XR 31 ก.ค. (ชำระเงิน 22-28 ส.ค.) จากนั้นเพิ่มทุนอีก 4,429 ล้านหุ้นให้  China  Mobile  International Holdings Ltd. หุ้นละ 6.45 บาท (ชำระเงิน 28-30 ส.ค.)

          จะทำให้ทุนชำระแล้วเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 14,530 ล้านหุ้นเป็น 24,608 ล้านหุ้น (ประชุมผู้ถือหุ้น 25 ก.ค.) โดย China Mobile จะเข้าถือหุ้น 18% ขณะที่สัดส่วนของ CP Group จะลดลงจากปัจจุบัน 60% เป็น 49.2%

          เงินที่ได้จากการเพิ่มทุน 65,000 ล้านบาท จะนำไปคืนหนี้ 52,000 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือเก็บไว้ลงทุน โครงสร้างทางการเงินจะดีขึ้นมาก สัดส่วนหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยต่อทุนจะลดลงจาก 11 เท่าเหลือเพียง 0.6 เท่า ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงเหลือปีละประมาณ 2,500-3,000 ล้านบาท

          ถ้าหากจะประเมินราคาหุ้นของ TRUE  กันจริงๆ หลังจากเพิ่มทุนไปแล้วจะเป็นเช่นไรนั้น

          เราจะต้องนำเอา EBITDA  หรือกำไรที่เป็นเงินสดมาคำนวณหามูลค่าเหมาะสม จากผลการดำเนินงานปี 56 ที่มีกำไรก่อนหักค่าเสื่อมราคา และดอกเบี้ยจ่าย ประมาณ 24,366 ล้านบาท และไตรมาสที่ 1 ปี 57 มีกำไรก่อนหักค่าเสื่อมราคา และดอกเบี้ยจ่าย ประมาณ 6,169 ล้านบาท

          ทำให้เราคาดการณ์ EBITDA  สำหรับปี 57 ของ TRUE  ได้ประมาณ 24,000-24,500 ล้านบาท คิดเป็น EBITDA  ต่อหุ้นได้ประมาณ 1.00 บาท ส่วน EBITDA  อย่าง ADVANC อยู่ที่ประมาณ 22 บาท และ DTAC  อยู่ที่ประมาณ 14 บาท เมื่อเทียบกับราคาหุ้นที่ซื้อขายในตลาดแล้ว ADVANC มีระดับ Price to EBITDA  อยู่ที่ประมาณ 10 เท่า ส่วน DTAC  มีระดับ Price to EBITDA  อยู่ที่ 8.50 เท่า มูลค่าหุ้นของ TRUE  ที่ควรจะเป็นก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 8.50-10.00 บาท แต่เนื่องจากราคาหุ้นจะพลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไร ดังนั้นราคาหุ้นก็น่าจะคึกคักอยู่สักพักใหญ่ๆ เพราะราคาหุ้นเพิ่งจะเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิคเกิดขึ้น แถมมีเป้าหมายทางเทคนิคที่ไม่ธรรมดาอยู่เหมือนกันนั่นก็คือ 10 บาท

          แต่ต้องไม่ลืมว่า ราคาเหมาะสมของ TRUE  เมื่อเทียบกับ ADVANC หรือ DTAC  นั้นอยู่ที่ประมาณ 8.50 บาท แต่การเข้ามาของ China Mobile จะทำให้การแข่งขันของหุ้นในกลุ่มสื่อสารกลับมาดุเดือดอีกครั้งอย่างแน่นอน หลังจากนี้ค่าโทรศัพท์จะเริ่มถูกลงแน่ๆ