ทรูเพิ่มทุน 6.5 หมื่นล้าน ไชน่าโมบาย ถือหุ้น18% ราคาหุ้นละ 6.45บาท-หากขายหมดไดลูทชั่น 4%

TRUE เพิ่มทุน 10,078 ล้านหุ้น ราคา 6.45 บาท รวมมูลค่า 65,000 ล้านบาท ขายผู้ถือหุ้นเดิม 5,648 ล้านหุ้น สัดส่วน 2.5725 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ และขายให้ “ไชน่าโมบาย” 4,429 ล้านหุ้น หรือ 18% ของหุ้นทั้งหมด ผู้บริหารแจงนำเงินเพิ่มทุนที่ได้ไปใช้หนี้ การันตีหากขายหมดราคาหุ้นไดลูทชั่นแค่ 4%

          นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกฎหมาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติเพิ่มทุนจดทะเบียน 10,077 ล้านหุ้น มูลค่าตราไว้หุ้น 10 บาท จากเดิมอยู่ที่ 14,530.15 ล้านหุ้น (145,302.15 ล้านบาท) มาเป็น 24,607.28 ล้านหุ้น (240,604.28 ล้านบาท) โดยจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นสามัญเดิม 5,648.28 ล้านหุ้น อัตราส่วน 2.5725 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาจองซื้อ 6.45 บาท กำหนดวันจองซื้อและชำระค่าหุ้นวันที่ 22-28 ส.ค. 57 และอีกส่วนหนึ่งจัดสรรให้กับ China Mobile International Holdings Limited จำนวน 4,429.42 ล้านหุ้น ราคาจองซื้อ 6.45 บาท กำหนดวันจองซื้อและชำระค่าหุ้นวันที่ 28-30 ส.ค. 57

          สำหรับผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิมพิจารณาเป็น 2 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1) ผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวน และบุคคลเฉพาะเจาะจงจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวน ส่วนกรณีที่ 2) ผู้ถือหุ้นเดิมไม่ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัททั้งจำนวน แต่บุคคลเฉพาะเจาะจงจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวน โดยผลกระทบด้านการลดลงของสัดส่วนการถือหุ้น (Control Dilution) กรณีที่ 1 ลดลง 18% และกรณีที่ 2 ลดลง 40.95% ส่วนผลกระทบด้านการลดลงของราคาหุ้น (Price Dilution) กรณีที่ 1) และกรณีที่ 2) ลดลงประมาณ 4.09%

          นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะประธานกรรมการ TRUE เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ TRUE  ยินดีที่จะรับซื้อหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิ และกรณีที่ผู้ถือหุ้นเดิมรายอื่นๆ ไม่ใช้สิทธิรับซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้ครบ เครือซีพีพร้อมจะซื้อหุ้นส่วนที่เหลือให้ครบเต็มตามจำนวน (Rights Offering)

          นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการและประธานคณะผู้บริหาร TRUE กล่าวว่า กลุ่ม TRUE มีความพร้อมเพื่อสร้างความแข็งแกร่งโดยการเลือก “ไชน่าโมบาย” เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partner) ที่จะช่วยสร้างศักยภาพในการแข่งขัน ตลอดจนการปรับฐานการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นพร้อมต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

          โดยการร่วมลงทุนครั้งนี้จะช่วยลดระดับหนี้โดยรวมของบริษัทและเสริมความแข็งแกร่งให้ทุนบริษัท อันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของกลุ่ม TRUE ที่จะพลิกโฉมเป็นองค์กรที่สร้างกำไรและมีรากฐานที่แข็งแกร่งพร้อมก้าวสู่การแข่งขันระดับภูมิภาค

          ตลอดช่วงระยะ 2 ปีที่ผ่านมา กลุ่ม TRUE มีพัฒนาการและประสบความสำเร็จธุรกิจหลายด้าน ทั้งขยายธุรกิจเคเบิล บรอดแบนด์สู่ทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ด้านคอนเวอร์เจนซ์ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างสูงให้ลูกค้า และการรักษาความเป็นผู้นำทั้งตลาดบรอดแบนด์ เคเบิลทีวี และธุรกิจ 3G ได้อย่างชัดเจน รวมทั้งปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญของธุรกิจโมบาย ที่ข้ามผ่านยุคสัมปทาน 2G สู่ใบอนุญาต 3G ตลอดจนความชัดเจนของการเป็นผู้นำ 4G LTE รายแรกในไทย

          นายนพปฎล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน TRUE เปิดเผยว่า การเข้ามาของพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ครั้งนี้ เป็นการเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงินครั้งสำคัญของกลุ่ม TRUE โดยไชน่าโมบายจะสนับสนุนเงินทุนให้บริษัทผ่านการจัดสรรหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) มูลค่าประมาณ 28,600 ล้านบาท คิดเป็น 18% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และบริษัทเพิ่มทุนอีกประมาณ 36,400 ล้านบาท โดยการจัดสรรหุ้นสามัญใหม่ เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) จำนวน 5,648,285,818 หุ้น

          ทั้งนี้ แผนการเพิ่มทุนครั้งนี้ต้องได้รับมติเห็นชอบจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นที่จะจัดขึ้นวันที่ 25 ก.ค. 57 บริษัทมั่นใจว่าการเพิ่มทุนโดยการเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมและไชน่าโมบาย มูลค่ากว่า 65,000 ล้านบาท ครั้งนี้จะเป็นการพัฒนาครั้งสำคัญจนทำให้กลุ่ม TRUE มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและเสริมศักยภาพการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง โดยที่สุดแล้วทั้งผู้ถือหุ้นและลูกค้าของกลุ่ม TRUE จะเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากแผนการเพิ่มทุนครั้งนี้อย่างเต็มที่

          บริษัท ไชน่า โมบาย ลิมิเต็ด จำกัด ก่อตั้งเป็นบริษัทในฮ่องกง เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2540 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง วันที่ 22 ตุลาคม 2540 และ 23 ตุลาคม 2540 ตามลำดับ บริษัทนำหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง วันที่ 27 มกราคม 2541

          โดยเป็นที่เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือชั้นนำในจีนแผ่นดินใหญ่  ไชน่า โมบาย อ้างว่ามีฐานลูกค้ามือถือและเครือข่ายมือถือใหญ่สุดในโลก เมื่อปี 2556  ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในบริษัท ”เอฟที โกลบัล 500” ของไฟแนนเชียล ไทม์ และนิตยสารฟอร์บจัดให้เป็นหนึ่งในบริษัทมหาชนที่ใหญ่สุดในจำนวน 2,000 บริษัททั่วโลก

          สำหรับบริษัทแม่ของ “ไชน่า โมบาย ลิมิเต็ด” คือ บริษัท ไชน่า โมบาย คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นบริษัทโทรคมนาคมของรัฐบาลจีนที่ให้บริการมัลติมีเดียและโมบาย วอยซ์ โดยผ่านเครือข่ายโทรคมนาคมเคลื่อนที่ทั่วประเทศจีน โดยไชน่า โมบาย คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น เป็นหนึ่งในบริษัทโทรคมนาคมที่มีมูลค่าตลาดมากสุดในจีนขณะนี้

          จากตัวเลขเมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 ไชน่า โมบายมีลูกค้าประมาณ 760 ล้านคน และครองส่วนแบ่งตลาดบริการมือถือในประเทศจีนถึง 70% เมื่อปี 2553 ขณะที่ไชน่า ยูนิคอม และไชน่า เทเลคอมครองส่วนแบ่งตลาด 20% และ 10% ตามลำดับ

          สำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่ของไชน่า โมบาย คือ  ไชน่า โมบาย (ฮ่องกง) กรุ๊ป ลิมิเต็ด ถือหุ้นโดยทางตรงและทางอ้อมประมาณ 74.07% โดยผ่านบริษัทสาขา ที่ชื่อไชน่า โมบาย ฮ่องกง (บีวีไอ) ลิมิเต็ด  ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 25.93% ถือโดยนักลงทุนทั่วไป

          โดยไชน่า โมบาย ลิมิเต็ด มีบริษัทลูกที่บริษัทเข้าไปถือหุ้น 100% เต็มกว่า 40 บริษัท และยังถือหุ้น 99.97% ในบริษัท ไชน่า โมบาย กรุ๊ป ดีไวซ์ คอมพานี ลิมิเต็ด และถือหุ้น ไชน่า โมบาย กรุ๊ป ไฟแนนซ์ คอมพานี ลิมิเต็ด 92% โดยผ่านบริษัท ปักกิ่ง โมบาย และถือหุ้น 66.41% ในบริษัท แอสไปร์ โฮลดิ้งส์  ลิมิเต็ด