TRUE ไตรมาสแรกสวยพลิกกำไร 3,835 ล้าน

พลิกกำไร3,835ล้าน

          "TRUE" แจ้งงบไตรมาส 1/57 พลิกเป็นกำไรสุทธิ 3,835 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 1,109 ล้านบาท ในไตรมาส 1/56 หลังบันทึกค่าเสื่อมเพิ่ม จากการร่นเวลาตัดค่าเสื่อมโครงข่าย 2G กว่า 1.6 พันล้านบาท ลูกค้า 3G-4G ทรูมูฟ เอช พุ่ง 13.6 ล้านราย

          นายนพปฎล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า ผลการดำเนินในไตรมาส 1/2557 กลุ่มทรูมีผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ ในไตรมาส 1/2557 อยู่ที่ 3,835 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2556 ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 528 ล้านบาท และในไตรมาส 1/2556 ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 1,109 ล้านบาท หลังจากบันทึกค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการร่นระยะเวลาการตัดค่าเสื่อมของสินทรัพย์โครงข่าย 2G ของทรูมูฟในไตรมาส 1/2557 จำนวน 1,600 ล้านบาท

          สำหรับในไตรมาส 1/57 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการโดยรวมของกลุ่มทรู (ซึ่งไม่รวมรายได้จากค่าเชื่อมต่อโครงข่ายและค่าเช่าโครงข่าย) อยู่ที่ 16,491 ล้านบาท ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2556 มีรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 16,508 ล้านบาท  รายได้จากการให้บริการโดยรวมเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2556 มีรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 16,356 ล้านบาท จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของทรูมูฟ เอช แม้จะไม่มีผลประกอบการของ 8 บริษัทย่อยที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักภายใต้ทรูออนไลน์ ซึ่งขายไปในไตรมาส 4/2556

          ขณะที่ในไตรมาส 1/2557 รายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลุ่มทรูโมบาย อยู่ที่ 9,276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2556 ที่มีรายได้อยู่ที่ 9,118 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2556 ที่มีรายได้อยู่ที่ 8,500 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของทรูมูฟ เอช ซึ่งบริการที่ไม่ใช่เสียงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผลจากความนิยมในการใช้สื่อสังคมออนไลน์และสมาร์ทดีไวซ์ แพ็กเกจที่หลากหลายและน่าดึงดูดใจ ร่วมกับคุณภาพโครงข่ายที่เหนือกว่าของทรูมูฟ เอช

          ทั้งนี้ กลุ่มทรูโมบาย มีจำนวนผู้ใช้บริการทั้งสิ้น 23.1 ล้านราย ณ สิ้นไตรมาส 1/2557 ซึ่งธุรกิจ 3G และ 4G ของทรูมูฟ เอช เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และถึงจุดคุ้มทุนแล้ว โดยทรูมูฟ เอช มีผู้ใช้บริการจำนวนทั้งสิ้น 13.6 ล้านราย คิดเป็นสัดส่วน 59% ของผู้ใช้บริการทั้งหมดของกลุ่มทรูโมบาย

          ขณะที่มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 4,742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2556 อยู่ที่ 3,343 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2556 อยู่ที่ 4,731 ล้านบาท จากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เป็นเงินสด ส่วนใหญ่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

          สำหรับกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (NIOGO) ก่อนภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ในไตรมาส 1/2557 ปรับตัวดีขึ้นเป็น 4,288 ล้านบาท เมื่อเทียบกับในไตรมาส 4/2556 ขาดทุนจำนวน 3,480 ล้านบาท และในไตรมาส 1/2556 ขาดทุนจำนวน 1,564 ล้านบาท จาก EBITDA ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบในเชิงบวกจากการชำระคืนหนี้สินล่วงหน้าในปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ดอกเบี้ยของกลุ่มทรูลดลง และการรับรู้มูลค่าเงินลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทรูโกรท หรือ TRUEIF

          โดยที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก SCBAM ้มีการวัดมูลค่าเงินลงทุนของกองทุน TRUEIF เป็นรายรอบระยะเวลาบัญชี ด้วยราคายุติธรรม (Fair Value) ตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งปรากฏว่าเงินลงทุนของกองทุนมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในไตรมาส 1/2557 ส่งผลให้กลุ่มทรูซึ่งถือหน่วยลงทุนกว่า 33% สามารถรับรู้มูลค่าเพิ่มและผลการดำเนินงานของกองทุนฯ เป็นจำนวนประมาณ 5,000 ล้านบาท