สัมภาษณ์: อินเตอร์ลิ้งค์ วางวิชันองค์กรเป็น National Core Backbone

หากจะจัดอันดับว่าใครเป็นเจ้าตลาดนำเข้าสายไฟเบอร์ออพติกเข้ามาจำหน่ายในประเทศ หนึ่งในนั้นชื่อของ "อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม" เป็นอีกบริษัทหนึ่ง ที่ติดอันดับต้นๆ  เพราะเป็นผู้นำเข้า และติดตั้งข่ายสายมาเป็นระยะเวลา 25 ปี นอกเหนือจากนี้ได้แผ่กิ่ง ก้าน สาขาไปยังธุรกิจต่อเนื่อง  (ดูตารางประกอบ) ในโอกาสนี้ "ฐานเศรษฐกิจ" ได้สัมภาษณ์พิเศษ นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด เกี่ยวกับแผนธุรกิจของกลุ่มอินเตอร์ลิ้งค์ ที่วางจุดมุ่งหมายก้าวไปสู่การเป็นโครงข่ายกลางของประเทศนั้น  ต้องวางนโยบายขับเคลื่อนอย่างไร

          ยุทธศาสตร์การเติบโต

          "อินเตอร์ลิ้งค์" หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า อินเตอร์ลิ้งค์ กรุ๊ปนั้น  ในอดีตเป็นผู้นำเข้าสายสัญญาณไฟเบอร์ออพติก โดยที่การดำเนินธุรกิจเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งถึงจุดหนึ่งมองเห็นการขยายโอกาส จึงแตกตัวธุรกิจออกมาเป็น 4 บริษัท (หมายเหตุ:ดูตารางประกอบ) ในปีที่ผ่านมา อินเตอร์ลิ้งค์ กรุ๊ป มีรายได้อยู่ประมาณ 1,950 ล้านบาท มีกำไร 170 ล้านบาท โดยในปีนี้คาดว่าอัตราการเติบโตอยู่ในสัดส่วน  20-30% ประมาณการในปีนี้มีรายได้จำนวน 2,350 ล้านบาท และกำไรอยู่ 195-198 ล้านบาท แต่คาดหวังว่าในปีนี้อัตราการเติบโตจะมากกว่าตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

          โดยเฉพาะในแต่ละบริษัทต่างมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน เช่น บริษัทแรก  คือ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์  คอมมูนิเคชั่น จำกัด มีฐานลูกค้าอยู่แล้วในสัดส่วน 20% ในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 1,500-1600 ล้านบาท

          ธุรกิจประเภทที่ 2 คือ การวางสายเคเบิลใต้น้ำ ได้รับโครงการมาด้วยกัน 2 โปรเจ็กต์ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในเกาะกูด เกาะหมาก จ.ระยอง โดยเกาะกูด และเกาะหมาก นั้นลงทุนจำนวน  1,150 ล้านบาท และเกาะพะงัน 808 ล้านบาท โปรเจ็กต์ของเกาะกูดและเกาะหมาก เซ็นสัญญาไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคมและธันวาคม  โปรเจ็กต์ทั้งหมดทำงาน 540 วัน และทยอยรับรู้ไปเรื่อยๆ ปีนี้ 800 - 1 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือทั้งหมดรับรู้ปีถัดไปปีที่แล้ว โดยในปีที่แล้วรับรู้ไปแล้ว 400 ล้านบาท

          ในส่วนของ อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม มีลูกค้าจำนวนมาก  จุดแข็งมีโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกทั่วประเทศจำนวน 450,000 กิโลเมตร แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ติดตั้งสายไฟเบอร์ออพติกทางรถไฟ ครอบคลุม 55 จังหวัดทั่วประเทศ และส่วนที่เหลือเดินครอบคลุมบริเวณถนน ครอบคลุมพื้นที่ 66 จังหวัด ส่วนใหญ่กลุ่มลูกค้าคือ สถาบันการเงิน และธนาคาร เป็นต้น

          สัญญากับการรถไฟฯกี่ปี

          อินเตอร์ลิ้งค์ ได้เซ็นสัญญากับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อติดตั้งสายไฟเบอร์ออพติก เป็นระยะเวลา 30 ปี โดยสัญญาเป็นลักษณะเช่าพื้นที่  โดย อินเตอร์ลิ้งค์ ได้รับสิทธิ์เป็นผู้ให้บริการแต่เพียงผู้เดียว ส่วนของ บริษัท คอมลิ้งค์ จำกัด นั้นได้หมดอายุสัญญาสัมปทานกับ ทีโอที หรือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ขณะนี้มีกลุ่มทรู เข้ามาขอเช่าใช้โครงข่ายไฟเบอร์ออพติกเป็นรายแรก และในปีนี้จะมีเอกชนมาขอเช่าใช้อีกจำนวน 2 ราย ปีนี้ตั้งเป้ารายได้ในสัดส่วน 5% หรือประมาณ 100 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทเพิ่งดำเนินการติดตั้ง โดยในปีที่ผ่านมาไตรมาสเดียวขายไปแล้ว 10 ล้านบาท โดยการลงทุนทั้งโปรเจ็กต์ คิดเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,750 ล้านบาท ขณะนี้ลงทุนไปแล้ว 400 ล้านบาท เหตุผลที่บริษัทลงทุนต่ำ เพราะเป็นผู้นำเข้าและติดตั้งโดยตรง

          แนวโน้มเทคโนโลยีในอนาคต

          เทคโนโลยีในปัจจุบัน คือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี และทีวีดิจิตอล ซึ่งขณะนี้มีผู้ขอมาเช่าใช้โครงข่ายไปแล้วกว่า 50% และการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งขณะนี้ได้ร่วมเป็นพันธมิตร กับ ซีทีเอช หรือ บริษัท ซีทีเอช จำกัด, ไอเน็ต หรือ บริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จำกัด การร่วมมือทั้ง 3 ส่วน แบ่งหน้าที่ตามความถนัด คือ ซีทีเอช ทำหน้าที่ขายลูกค้าปลายทาง ส่วนไอเน็ต ทำหน้าที่ส่งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง  ดังนั้นเวลาส่งจะส่งถึงปลายทางไม่ได้เพราะขาดตรงกลาง ดังนั้น อินเตอร์ลิ้งค์ เป็นตรงกลางเพื่อส่งสัญญาณเครือข่ายความเร็วสูง

          ขณะที่บริการดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย สิ่งที่บริษัทลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะให้บริการ 348 จำนวนตู้ที่สามารถติดตั้งได้  ขณะนี้กลุ่มทรู ก็สนใจเช่าใช้เช่นเดียวกัน โครงสร้างธุรกิจของอินเตอร์ลิ้งค์ มีการเติบโตไปในทิศทางเดียวกันเพราะมีฟันเฟืองธุรกิจสอดรับกัน

          ทุกบริษัทสินค้ามีคุณภาพ บริการดีกว่า สำคัญสุดราคาที่ถูกกว่า เราทำได้ราคาถูกเพราะทำธุรกิจมานานต่อรองซัพพลายเออร์ได้ดี บริการที่ดีควรเอาหัวใจในการบริการใส่เข้าไป สินค้าคุณภาพคัดสรรแบรนด์เข้ามาจัดจำหน่ายด้วยกัน 2 ยี่ห้อ คือ ผลิตภัณฑ์ LINK และ AMP จากประเทศสหรัฐอเมริกา  มีส่วนแบ่งตลาด 60-70%

          ที่สำคัญกลยุทธ์ธุรกิจของบริษัทต้องสร้างความแตกต่างลงทุนไม่เหมือนผู้ประกอบการรายอื่น เช่น ธุรกิจการให้บริการวงจรสื่อสารที่ร่วมกับ ซีทีเอช เลือกบริษัทเป็นพันธมิตรเพราะมีโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกตามทางรถไฟ ที่สำคัญมีความเสี่ยงต่ำ

          อินเตอร์ลิ้งค์ ทำธุรกิจนำเข้าสายไฟเบอร์ออพติกมากว่า 25 ปี และได้ต่อยอดด้วยการติดตั้งระบบให้กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), สนามบินสุวรรณภูมิ และอาคารรัฐสภา มีส่วนแบ่งการตลาดมากว่า 65%

          ปีทองวงจรเช่า

          ถือว่าเป็นปีทองโทรคมนาคม สาระสำคัญ คือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี และทีวีดิจิตอล ถามว่า 3 จีธุรกิจจะทิ่มหัวลงไหม ถ้าหากเรามีความคุ้นเคยอะไรสักอย่างจะลงยาก จากเดิมโทรศัพท์ถูกจำกัดการใช้งานเฉพาะเสียง  แต่ตอนนี้ใช้ในเรื่องของบริการประเภทไม่มีเสียง และต่อไปคนต่างจังหวัดในอนาคตนิยมใช้มากขึ้น และต่อไปคนในเมืองคุยกันเห็นหน้า แม้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จีจะเป็นดาวรุ่ง แต่ในอนาคตสัญญาณไม่เพียงพอก็ขยายไประบบ 4 จี

          เช่นเดียวกับบริการ ดาต้าเซ็นเตอร์ ลูกค้าสามารถดึงข้อมูลเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะธนาคารต่างๆ ใช้หมด  ตลาดวงจรสื่อสารในปีนี้มีมูลค่าประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท ภายใน 3-5 ปี บริษัทมีสัดส่วนประมาณ 10%

          มุ่งสู่จุดหมาย National Core Backboen

          ยอมรับว่าอินเตอร์ลิ้งค์เรามีจุดแข็ง มีจุดต่างโดยเฉพาะในด้านการบริการ เพราะมีโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกตามทางรถไฟ แม้แต่ซีทีเอช  และไอเน็ต ถึงร่วมเป็นพันธมิตรเนื่องจากบทบาทธุรกิจของอินเตอร์ลิ้งค์เป็นผู้วางระบบอย่างเดียว ไม่ได้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ดังนั้น จุดมุ่งหมายปลายทางสำคัญของบริษัท คือ National Core Backboen เป็นโครงข่ายกลางของประเทศ แปลว่า เอไอเอส, ดีแทค, ซีทีเอช หรือ ทีโอที อยากให้มาใช้โครงข่าย และให้บริการกับลูกค้า

          อินเตอร์ลิ้งค์จะย้ายพอร์ต

          อินเตอร์ลิ้งค์ อยู่ในตลาด MAI มาเป็นระยะเวลา 10 ปี พร้อมและสถานการณ์บริษัทแข็งแรงเต็มที่ เราตั้งเป้าว่าในปี 2558 จะย้ายพอร์ตไปตลาดเซ็ต  เพราะสิ่งหนึ่งที่มองเห็นมีนักลงทุนสถาบันสนใจหุ้นอินเตอร์ลิ้งค์ เนื่องจากมีสตอรี มีอัตราการเติบโต ดังนั้นเรามองว่าจังหวะพร้อมแล้ว และการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติปันผลเป็นหุ้น จากเดิมมีทุนจดทะเบียน 144 ล้านบาท มีทุนจดทะเบียนเพิ่ม 278 ล้านบาท ทำให้อีก 1 ปีข้างหน้าเพิ่มเป็น 300 ล้านบาท และในปี 2559 บริษัทมีแผนนำบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด ผลักดันเข้าตลาดเหมือนกัน โดยระดมทุนในตลาด SET คือ เข้าตลาด SET เลย เพื่อมีสตอรีเติบโตมีเงิน GENERAT

          เป้าหมายโตยั่งยืนแบบซีพี

          ธุรกิจอินเตอร์ลิ้งค์ ดำเนินการมา 25 ปี ในฐานะรุ่น 2 ยังคงแนวความคิดเดิม คือเติบโตต่อเนื่องและยั่งยืน เลยต้องหาธุรกิจใหม่ตลอดต้องมารันธุรกิจ 2-3-4  มีโปรเจ็กต์หวือหวา ธุรกิจอยู่มา 25 ปี อยากให้เป็น 100 ปีเหมือนซีพี ต้องยั่งยืน ธุรกิจที่เลือกทำไงให้ยั่งยืน ทำในสิ่งที่ถนัด เลือกจับธุรกิจสายดาต้า และสื่อสาร

          "จุดมุ่งหมายปลายทางสำคัญของบริษัท คือเป็นโครงข่ายกลางของประเทศ"