ทีโอที-กสท ปรับทัพรับตลาดครึ่งหลังปี 2557

          เรียกได้ว่าเจอผลกระทบสองเด้งในช่วง 1-2 ปีมานี้ของ 2 รัฐวิสาหกิจโทรคมนาคมไทยทั้ง บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม หลังจากไม่สามารถรับรู้รายได้จากสัญญาสัมปทานของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือภาคเอกชน ทั้งจากการทยอยหมดสัมปทานลงไป และเป็นไปตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) ที่กำหนดให้ต้องส่งเงิน รายได้เข้าเป็นเงินแผ่นดิน ต่อด้วยเหตุการณ์ทางการเมืองยุบสภา ไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจอนุมัติงบลงทุนตามโครงการที่ขอไปกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

          แม้โครงการเมกะ โปรเจค หรือแผนการลงทุนต่อเนื่องที่ทีโอที และ กสท ได้เสนอไปทั้งหมดตามแผนฟื้นฟูองค์กร (เทิร์น อะ ราวด์) ปี 2556-2560 แต่ในสถานะภาพรัฐบาลรักษาการจึงทำอะไรไม่ได้เลย ซึ่งความไม่แน่นอนที่ลากยาวตลอดปลายปี 2556 ถึงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ทำให้ทั้ง 2 บริษัทจำเป็นต้องปรับตัวรับมือธุรกิจในครึ่งปีหลัง

          :'ทีโอที'เข้มพนง.ขายในพื้นที่

          นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า เดิม ทีโอทีได้ทำแผนบริหารงานแล้วส่งรายงานหน่วยงานที่สังกัดอยู่ ทั้งกระทรวงไอซีที และกระทรวงการคลัง ผู้ถือหุ้นใหญ่ ตั้งแต่ต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้น ยังไม่ได้ประเมินปัจจัยเสี่ยงความไม่แน่นอนทางการเมือง และผลพ่วงจากเศรษฐกิจในประเทศที่ไม่ขยายตัว

          แต่พอจบไตรมาส 1 มีรายงานผลสรุปยอดขาย การทำตลาดลงรายละเอียดแต่ละพื้นที่ เช่น ภูมิภาค และนครหลวง ก็ทราบว่าอัตราการเติบโตลดลงมากกว่า 10%

          ดังนั้น ช่วงครึ่งปีหลังนี้ ทีโอทีได้เรียกทีมหัวหน้าตัวแทนการขายที่ใกล้ชิดกับลูกค้าในพื้นที่ทั่วประเทศกว่า 100 คน เข้ามารับทราบแผนการดำเนินใหม่ที่ปรับให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของลูกค้ามากขึ้น ซึ่งจะเน้นการขายพ่วง บริการทีโอทีที่มีอยู่ทั้งหมด เช่น อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์  เอดีเอสแอล, โทรศัพท์มือถือ ทีโอที 3จี,  ไอพีทีวีในราคาถูกลงกว่าเดิม และให้พนักงานพยายามเข้าไปขยายตลาดใหม่ เพิ่มเติม

          "พอจบไตรมาส 1 เรามาดูเรื่องยอดขายพบว่าในพื้นที่รับผิดชอบ พนักงานบางคนก็ได้เกรด 1 เกรด 2 ซึ่งมีเยอะพอสมควร ส่วนที่ได้เต็ม 5 มีน้อย ตรงนี้สะท้อนว่า เราจะใช้แผนการทำงานเดิมตั้งแต่ที่ส่งไปยังไอซีทีและคลังเมื่อต้นปีไม่ได้แล้ว จึงต้องเรียกพนักงานมาติวกันใหม่"

          :3โครงการเดิมค้างรอครม.ใหม่

          นอกจากนี้ 3 โครงการใหม่ในงบ 40,000 ล้านบาทที่ทีโอทีรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ต้องเลื่อนออกไป แม้ว่าบางโครงการจะผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปแล้ว

          ทั้งนี้ 3 โครงการใหม่เป็นไปตามแผนฟื้นฟูองค์กร (เทิร์นอะราวด์) คือ โครงการโทรศัพท์ 2 ล้านพอร์ต 30,000 ล้านบาท โครงการสร้างโครงข่ายอัจฉริยะ (เอ็นจีเอ็น) 2,800 ล้านบาท และโครงการสร้างสาย เคเบิลใต้น้ำ 5,000 ล้านบาท

          อย่างไรก็ตาม จะเรียกประชุมผู้บริหารเพื่อปรับแผนการดำเนินงาน โดยอาจ ปรับเปลี่ยนงบประจำปี 2557 จำนวน  4,000-5,000 ล้านบาท ที่เดิมใช้กับการขยาย คอร์เน็ตเวิร์คสำหรับบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) เพียงอย่างเดียว ไปลงสายธุรกิจให้เข้ากับแผนฟื้นฟูองค์กร และประเมินปีนี้บริษัทจะขาดทุนอย่างน้อย  5,000 ล้านบาท

          :โปรเจคร่วม'เอไอเอส'ไม่คืบ

          ส่วนโครงการ 3จี เฟส 2 ที่เดิมจะลงทุนเอง 30,000 ล้านบาทนั้นคงไม่ได้ดำเนินการแล้ว แต่หาออกทางเป็น 2 แนวทางเพื่อให้ทีโอทีมีรายได้จากการดำเนินการ 3จีเอง

          โดยแนวทางที่ 1.การให้ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส)  เช่าใช้โครงข่ายบนคลื่นความถี่ 1900-2100 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ และการร่วมกันใช้สถานีฐานทีโอทีจำนวน 5,320 สถานีฐาน รวมถึงสถานีฐานของเอไอเอส 15,000  สถานีฐาน ซึ่งจะทำให้ทีโอทีมีรายได้ 4,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งติดขั้นตอนนำเสนอเข้า ครม.

          แนวทางที่ 2. หาทางออกโดยแบ่งแบนด์วิธให้เอไอเอสเช่าใช้จำนวน 5 เมกะเฮิรตซ์บนคลื่นความถี่ 1900-2100 ซึ่งปัจจุบันทีโอทีใช้งานไปแล้ว 10 เมกะเฮิรตซ์ และจะโรมมิ่งบริการด้านเสียง (วอยซ์) และข้อมูล (ดาต้า) กัน คาดว่าจะทำให้ทีโอทีมี รายได้ราว 800 ล้านบาทต่อปี แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าจะดำเนินธุรกิจอย่างไร เพราะต้องผ่าน หลายขั้นตอน

          :สั่งฝ่ายบริหารหารือผลกระทบ

          ด้านนายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ  กรรมผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม ระบุว่า แม้การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ครั้งล่าสุด เมื่อ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา  ไม่ได้หารือประเด็นการเมือง แต่ได้เรียก ฝ่ายบริหารทุกหน่วยธุรกิจไปทำรายงานความเสี่ยง ผลกระทบ และความน่าจะเป็นที่อาจเกิดขึ้น หากยังไม่มีรัฐบาลใหม่ การจัดการเลือกตั้ง พร้อมสภาพเศรษฐกิจยัง ไม่ขยายตัวตามที่เป้าหมายคาดการณ์ไว้

          "เราได้เรียกทีมบริหารมานั่งคุยกัน ให้ทุกๆ สายธุรกิจส่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ว่ามีอะไรตรงไหนบ้าง ถ้ามีแล้วต้องแก้อย่างไร แล้วเราจะพอหาอะไรมาชดเชยได้บ้าง"

          อย่างไรก็ดี กสท ยังคงตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้ไว้ที่ 46,000 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมรายได้จากสัมปทาน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 9,000 ล้านบาท จากปี 2556 ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ 37,363 ล้านบาท โดยเป้าที่ตั้งไว้จะมาจากธุรกิจ 3จี เอชเอสพีเอ ในส่วนการให้บริการขายส่งบริการ (โฮลเซลล์) กับกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น และรายอื่นๆ ที่จะสร้างรายได้ 25,000 ล้านบาท หรือ 60% ของรายได้รวม

          ส่วน 3 จีแบรนด์มาย ตั้งเป้ามีรายได้ 2,500 ล้านบาท จากการขายเลขหมายให้ได้ 7 แสนเลขหมายภายในปีนี้ ปัจจุบันขายได้เพียง 1.7 แสนเลขหมาย

          นอกจากนี้ ธุรกิจสื่อสารตั้งเป้าจะมี รายได้ 7,500 ล้านบาท ธุรกิจไอทีมีรายได้ รวม 677 ล้านบาท และธุรกิจโทรศัพท์ระหว่างประเทศ 3,600 ล้านบาท รวมถึงธุรกิจอื่นๆ อาทิ ค่าเช่าใช้โครงข่าย และดอกเบี้ย เป็นต้น โดยจะมีรายได้อีกราว 6,000 กว่าล้านบาท ส่วนรายจ่ายปีนี้ 42,630 ล้านบาท มีดอกเบี้ยอีกราว 1,784 ล้านบาท รวม กสท จะมีกำไรก่อนหักภาษีในปี 2557 อยู่ที่ประมาณ 1,634 ล้านบาท

          :ประมูลคลื่น1800 แน่

          เขา ระบุถึงการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ในเดือนส.ค.นี้ว่า กสท ต้องการเข้าไปร่วมประมูลด้วยเพื่อจะได้ คลื่นความถี่เดิมคืนมา โดยอาจจะนำมาให้บริการ 2จีหรือ 4จี เนื่องจาก กสท ยังมีเน็ตเวิร์คเดิมที่เหลืออยู่จากสัมปทาน

          เบื้องต้น กสท จะนำเรื่องงบประมาณการลงทุนปรึกษา สศช. เนื่องจากช่วงนี้  ครม. พิจารณางบประมาณไม่ได้ ซึ่งการ เข้าร่วมประมูลดังกล่าวอาจเปิดโอกาสหา พาร์ทเนอร์ที่สนใจเพื่อร่วมือกัน แต่ยัง ไม่ชัดเจน เนื่องจากอยู่ระหว่างการศึกษา และพิจารณาภายใน

          การเข้าประมูลเพราะบริการมือถือเป็นธุรกิจใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย มูลค่าจะเพิ่มเป็น  6.6 แสนล้านบาท ในปี 256

          'เราก็ต้องทำส่วน ที่ทำได้ไปก่อนซึ่งปีนี้เราประเมินว่าบริษัทจะขาดทุนอย่างน้อย 5,000 ล้านบาท'ยงยุทธ วัฒนสินธุ์

          'เรียกทีมบริหารมา นั่งคุยกัน ให้ทุกๆ สายธุรกิจส่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง จะหาอะไรมาชดเชยได้บ้าง' กิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ