JASIFลุ้นปันผล0.25บ. จัสมินขาดทุนไม่กระทบ

Published on 2020-05-12   By ข่าวหุ้น

โบรกฯ เชียร์กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF ปันผลจูงใจ 10.9% ต่อปี ไตรมาสละ 0.25 บาท หลังซื้อทรัพย์สินใหม่ยืดสัมปทาน ดันกำไรต่อหุ้นพุ่ง ยันกรณี JAS ขาดทุนไม่กระทบกองทุน เหตุมีกำไรสะสมกว่า 7 พันล้าน
          บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF เนื่องจากจ่ายเงินปันผลจูงใจ (Dividend Yield) 10.9% ต่อปี ราคาเป้าหมายมี Upside 36% โดยคาด JASIF จะจ่ายเงินปันผล 0.25 บาทต่อไตรมาสในปี 2563 บวกกับการซื้อสินทรัพย์ใหม่ ช่วยยืดอายุรับประกันรายได้เพิ่ม 5 ปีจากสิ้นสุด ก.พ. 2571 เป็นสิ้นสุด ม.ค. 2575 ราคาเป้าหมายปีนี้ อยู่ที่ 12.50 บาท
          สำหรับประเด็นการลงทุน มองว่า กำไรต่อหุ้น หรือ EPS ของ JASIF ไตรมาส 1/2563เพิ่มขึ้น 5.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เป็นผลบวกจากการซื้อสินทรัพย์ใหม่เพิ่มจากบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เข้ากองเพิ่มอีก 7 แสนคอร์กิโลเมตร มีผล 20 พ.ย. 2562 ทำให้กองทุนมีสินทรัพย์ให้เช่าเพิ่มขึ้น 40.7% เป็น 1.68 ล้านคอร์กิโลเมตร บวกกับรายได้ค่าเช่าปรับขึ้น 0.71% (เพิ่มขึ้นทุกวันที่ 1 ม.ค. ตามดัชนีราคาผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในปีก่อนหน้า) เป็นผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 72% จากปีก่อน และ 30% จากไตรมาสก่อน
          ขณะที่รายจ่ายเพิ่มขึ้น 315% จากปีก่อน และ 69% จากไตรมาสก่อน ตามการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ และเป็นผลจากการมีดอกเบี้ยจ่ายตั้งแต่งวดไตรมาส 4/2562 ประมาณ 129.23 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 279.48 ล้านบาท ในงวดไตรมาส 1/2563 เพราะการซื้อสินทรัพย์รอบ 2 ใช้เงินกู้ธนาคาร 40% อีก 60% เป็นการเพิ่มทุน ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 2,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.2% จากปีก่อน และ 24% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ EPS ในไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 0.263 บาท เพิ่มขึ้นเพียง 5.3% จากปีก่อน จากผลกระทบของจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจาก 5.5 พันล้านหุ้น เป็น 8 พันล้านหุ้น
          ส่วนประเด็นผู้เช่าหลักขาดทุนงวดไตรมาส 1/2563 ที่ 990 ล้านบาท ยังไม่น่ากังวลในช่วง 3 ปีนี้ โดย JAS ผู้เช่าหลักมีขาดทุนไตรมาส 1/2563 ถึง 990 ล้านบาท โดยเป็นขาดทุนที่ไม่ใช่การดำเนินงาน 392 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน หรือ FX ขณะที่ขาดทุนจากการดำเนินงาน 598 ล้านบาท แม้รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 4.59 พันล้านบาท
          โดยจำนวนลูกค้า ณ สิ้นไตรมาส 1/2563  เพิ่มขึ้นจากสิ้นไตรมาส 1/2562 ถึง 2.3 แสนราย มาอยู่ที่ 3.24 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้น 7.6% จากปีก่อน ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการขยายโครงข่ายและทยอยเปลี่ยนสาย ADSL ของลูกค้าเป็นสาย FTTX รวมถึงได้รับผลกระทบจากมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS 16 เรื่องสัญญาเช่า ทำให้ต้องบันทึกรายจ่ายเพิ่มขึ้น 373 ล้านบาท
          อย่างไรก็ตาม สิ้นงวดไตรมาส 1/2563  JAS มีกำไรสะสมเหลือ 7 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังมีเงินสดเหลือ 2.24 หมื่นล้านบาท เพียงพอสำหรับจ่ายเงินปันผล 1.48 บาทต่อหุ้นของไตรมาส 4/2562 และ 0.05 บาทต่อหุ้นของไตรมาส 1/2563 ซึ่งรวมเป็นเงิน 1.46 หมื่นล้านบาท และหากต้องชำระหนี้ระยะยาว ยังมีเงินสดเหลือ 4 พันล้านบาท ขณะที่กำไรสะสมที่เหลือ 7 พันล้านบาท เพียงพอที่จะรองรับขาดทุนไตรมาสละ 600 ล้านบาท ได้อีก 3 ปี
          นอกจากนี้ JAS ยังมีส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญอีก 7.9 พันล้านบาท ที่มาช่วยล้างขาดทุนสะสมได้