ก.ดีอีเอส ดันแพลตฟอร์มสื่อสารทางไกลหนุนทำงานที่บ้านลดเสี่ยงติดโควิด-19

Published on 2020-03-24   By เดลินิวส์

กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com
          ด้วยสถานการณ์ทั่วโลกที่ต้องเผชิญกับไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ หลายประเทศมีการสั่งปิดประเทศแบบเข้มงวด
          ล่าสุดประเทศไทยได้สั่งปิดสถานศึกษา สถานบันเทิง ฯลฯ  ที่มีความเสี่ยงต่อการรับและแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และบางบริษัทก็ได้ใช้วิธีให้พนักงานทำงานที่บ้านมากขึ้น ซึ่งการทำงานที่บ้านก็ต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ดี เข้ามาช่วย
          "นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาหลายด้าน
          ทั้งนี้กระทรวงดีอีเอส ได้ประชุมหารือร่วมกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต 6 ราย ได้แก่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคท (CAT), บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (TOT), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค, บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู และบริษัททริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3BB
          นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น  4 ราย ได้แก่ บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ จำกัด, ไมโครซอฟท์, กูเกิล และ ไลน์ เพื่อเลือกหาแนวทางปฏิบัติงานนอกสถานที่ ให้สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา และเป็นการสร้างโมเดลการทำงานของราชการรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัลสู่การเป็นดิจิทัลในอนาคต
          อย่างไรก็ตามจากการหารือได้ข้อสรุปร่วมกันว่าผู้ ให้บริการแอพพลิเคชั่นจะสนับสนุนระบบการประชุมออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานนอกสถานที่ผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทร ศัพท์มือถือ ทั้งระบบ iOS และ Android โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ให้แก่หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ
          สำหรับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะยกเว้นค่าบริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ให้กับผู้ที่ลงทะเบียนยืนยันเข้าร่วมโครงการทั้ง Fixed Broadband และ Mobile Broadband เมื่อเรียกใช้งานผ่าน Range IP Address และ URL ตามที่กำหนด ซึ่งผู้ที่ใช้งานระบบดังกล่าวจะไม่ใช่เพียงแค่ผู้บริหารแต่ผู้ปฏิบัติงานก็สามารถใช้ได้
          นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ภาคเอกชนใช้งานแอพพลิเคชั่นดังกล่าวด้วย โดยผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ตจะคิดค่าบริการในราคาประหยัด
          ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน หันมาใช้งานและปฏิบัติงานที่บ้านโดยใช้ระบบดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการประชุมผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าว จะสามารถให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้สูงสุดประมาณ 200 คนต่อการประชุม 1 ครั้ง
          "ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ทุกหน่วยงานแจ้งความพร้อมในการทำงานที่บ้าน โดยให้รายงานที่ประชุม ครม.สัปดาห์นี้ ขณะนี้แพลตฟอร์มพร้อม โอปเรเตอร์พร้อมสนับสนุนการสื่อสารเชื่อมต่อโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย 3 เดือน ขอทำความเข้าใจว่าสิ่งที่ทำเป็นการเอาไปใช้ในระดับปฏิบัติไม่ใช่ทำเฉพาะผู้บริหาร"
          นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงจะออกคำสั่งให้การทำงานที่บ้านมีผลทางกฎหมาย
          โครงการนี้จะเริ่มไม่คิดค่าบริการหลังจากหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ว่าจะใช้แพลตฟอร์มใด จากนั้นจะเริ่มต้นการสนับสนุน
          ทั้งนี้ สดช.จะเป็นศูนย์กลางในการประชาสัมพันธ์ และให้คำปรึกษาโดยจะคอยประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับเจ้าของแพลตฟอร์มและโอปเรเตอร์มีความคล่องตัว สดช. จะทำคู่มือการปฏิบัติราชการนอกสถานที่และคู่มือการใช้งานแอพพลิเคชั่น ที่เกี่ยวข้อง สามารถใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานได้ทันที
          หากส่วนราชการใดมีความประสงค์ที่จะใช้แอพพลิเคชั่นสามารถลงทะเบียนได้ที่ www.onde.go.th ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
          เชื่อว่า ...หากทุกคนมีวินัยในตนเอง และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับอย่างจริงจัง การทำงานที่บ้านไม่ออกไปรับเชื้อโดยไม่รู้ตัวและมีความเสี่ยงที่จะไปแพร่กระจายต่อไปอีก ถือเป็นวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด.
--จบ--

          --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 24 มี.ค. 2563 (กรอบบ่าย)--