"จัสมิน"รีดจ่ายปันผลสูงปรี๊ด "พิชญ์ โพธารามิก"รับ 8 พันล้าน

Published on 2020-02-05   By กรุงเทพธุรกิจ
รมย์รัมภา เริ่มรู้
          กรุงเทพธุรกิจ
          การเดินหน้าประมูลคลื่น 5จี ยังดำเนินการ ตามแผนที่วางไว้ แม้ว่าจะมีปัจจัยกดดัน หากแต่ภาพวานนี้ (4 ก.พ.) โอเปอเรเตอร์ ทุกค่ายต่างตบเท้าเข้ายื่นซองประมูลกันอย่างคึกคัก  เท่ากับเป็นการการันตีได้ว่า การแข่งขันที่รุนแรงจะรอกลุ่มสื่อสาร อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
          เมื่อไล่ดูผู้ประกอบการที่เข้ายื่นซองนอกจาก 3 รายหลักในตลาดแล้ว ก็มี ผู้ให้บริการโครงข่าย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่ประกาศชัดเจนต้องการเข้าร่วมประมูลด้วยแน่นอน เทียบกับ การประมูล 4จี เมื่อปี 2558 เท่ากับขาด บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เพียงบริษัทเดียว ในการ เข้าร่วมประมูล 5จีในครั้งนี้ ซึ่งไม่ได้เหนือคาดหมายเพราะมีการคาดการณ์ไว้บ้างแล้วว่ารอบนี้ไม่น่าจะมีชื่อ JAS เข้าร่วมประมูล
          เมื่อไม่ปรากฏว่าเข้าร่วมประมูลใน ครั้งนี้ด้วย ประเด็นดังกล่าวยังเป็นข่าวบวก ให้กับ JAS ไม่น้อย เพราะหากต้องเข้าไป แข่งประมูลต้นทุนการเงินจะกลายเป็น ภาระที่หนักเอาการ เพราะธุรกิจ ดิจิทัล บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ยังประสบปัญหาขาดทุน อย่างต่อเนื่องท่ามกลางกระแสอาจจะ เป็นหนึ่งในช่องที่ต้องการคืนใบอนุญาตเพิ่มเติม
          รวมทั้งราคาหุ้นยังได้ปัจจัยบวกจาก การเล่นประเด็นกำไรพิเศษและเงินปันผล ซึ่งตัวเลขมาตามนัด ล่าสุดบริษัทได้ประกาศ กำไรปี 2562 อยู่ที่ 7,262 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.87% จากปีก่อน เป็นผลมาจากรายการพิเศษ การขายสินทรัพย์ ให้กองทุนโครงสร้าง พื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต (JASIF) ทำให้รับรู้กำไรในส่วนนี้ 10,441 ล้านบาท และรับรู้ในงบการเงินรวม 7,233 ล้านบาท
          นอกจากนี้ยังจ่ายปันผลสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เป็นเงินรวม 12,315 ล้านบาท คิดเป็น 80 % ของกำไรสุทธิจะขึ้นเครื่องหมาย วันที่ 21 เม.ย. และจ่ายจริง 12 พ.ค. เป็นจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 1.26-1.50 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนหุ้นจากการแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือ JAS-W3 ในเดือน มี.ค.) แบ่งเป็นอัตราสูงสุด 1.50 บาท และอัตราขั้นต่ำสุดอีก 1.26 บาท
          เมื่อโฟกัสไปยังเฉพาะผู้ถือหุ้นใหญ่ "พิชญ์ โพธารามิก" ที่ขึ้นชื่อแชมป์ที่ ได้รับเงินจากหุ้นปันผลสูงสุดในงวดปี 2561 ซึ่งการถือหุ้นตามรายชื่อล่าสุดอยู่ที่จำนวน 4,602 ล้านหุ้น จากหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว ทั้งหมด 8,210 ล้านหุ้น ส่งผลทำให้ได้เงินปันผล รอบนี้ได้รับเม็ดเงินไป 5,798.52-6,903 ล้านบาท เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาล 0.30 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเม็ดเงิน 1,380 ล้านบาท รวมทั้งปี2562 ได้รับเม็ดเงิน ปันผล 7,179-8,283 ล้านบาท อัตรา จ่ายปันผล 28-32%
          การจ่ายปันผลที่สูงต่อเนื่องมีมาตั้งแต่ ปี2560-2562 ส่งผลทำให้อัตราการ จ่ายเงินปันผลของ JAS สูงมากกว่า 10% มาตลอด ส่วน JAISIF เช่นกันปันผลงวด ปี 2562 มาแล้ว 3 ครั้ง รวม 0.70 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราปันผล 6.38%
          อย่างไรก็ตามหากมาดูแนวโน้มธุรกิจหลัก อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ กำลังอยู่ในตลาดที่กำลังมีการแข่งขันที่สูงเพิ่มมากขึ้น จากผู้เล่นรายใหญ่ 2 ค่าย คือ 3BB ของ JAS กับบริษัท ทรู คอรปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ที่ขับเคี่ยวกัน และมีบริษัท แอดวานซ์ อินโฟเซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เข้ามาขอส่วนแบ่ง การตลาดด้วย
          ปัจจุบันตามข้อมูล กสทช. สิ้น 9 เดือนปี 2562 มีผู้ใช้บริการบรอดแบนด์ 9.68 ล้านราย มาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 กลุ่มทรู ที่ 37.5% อันดับ 2 คือ 3BB อยู่ที่ 32.4% อันดับ 3 ทีโอที 16.1% ส่วน แอดวานซ์ อยู่ที่ 9.5 % ซึ่งรายหลังก็ประกาศต้องการขึ้นแท่นเบอร์ 1 ในตลาดนี้ด้วยเช่นกัน
          ยิ่งการมีคลื่น 5 จี ในมือจะทำให้ โอเปอเรเตอร์ได้เปรียบในตลาดบรอดแบรนด์ มากขึ้น จึงทำให้ JAS ต้องหันไปจับมือกับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เพื่อทำตลาดร่วมกันไว้รองรับการแข่งขันกับ 2 ค่ายใหญ่ ในอนาคต
          ดังนั้นจึงน่าหนักใจไม่น้อยสำหรับ JAS เพราะที่ผ่านมาธุรกิจบรอดแบนด์ เป็นตัว ขับเคลื่อนสำคัญให้กับกลุ่ม ท่ามกลางกำไรจากธุรกิจที่ไม่ใช่มาจากกำไรพิเศษในการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน ในช่วงรายไตรมาส 1-3 ปี 2562 เริ่มเห็นอาการสะดุด 559.50 ล้านบาท 2,221.20 ล้านบาท และ 342.29 ล้านบาท ตามลำดับ จนทำให้รอบ 9 เดือนอยู่ที่ 3,122 ล้านบาท ลดลง 32% ทำให้การดำเนินธุรกิจ อาจจะเผชิญความยากลำบากไม่น้อย