JASปันผล1.50บาท รับกำไรเติบโต48% JASIF บุ๊กพิเศษ 4,100 ล้าน ดันงบกระฉูด 110%

Published on 2020-02-05   By ข่าวหุ้น

JAS ประกาศงบปี 62 อวดกำไรสุทธิ 7,265 ล้านบาท โต 47.9% จากปีก่อน หลังบุ๊กกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้า JASIF กว่า 7,233 ล้านบาท พร้อมจ่ายปันผลหุ้นละ 1.50 บาท ขึ้น XD วันที่ 20 เม.ย. 63 และจ่ายวันที่ 12 พ.ค. 63 ฟาก JASIF แจ้งงบปี 62 บุ๊กกำไรพิเศษ 4 พันล้าน ดันงบโต 110%
          นางสาวสายใจ คีตสิน รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2562 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.9% จากปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4,913 ล้านบาท โดย EBITDA ในปี 2562 อยู่ที่ 7,190 ล้านบาท คิดเป็น EBITDA Margin อยู่ที่ 40%
          ทั้งนี้ ในปี 2562 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,256 ล้านบาท เมื่อรวมรายการกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้า JASIF จำนวน 7,233 ล้านบาท (ยอดสุทธิจากภาษีเงินได้), กำไรจากการขายเงินลงทุน JASIF จำนวน 1,732 ล้านบาท, กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 532 ล้านบาท, ปรับปรุงสำรองประกันรายได้ค่าเช่า OFC ของ JASIF จากการเปลี่ยนแปลงสมมติฐานอัตราการเพิ่มของค่าเช่า จำนวน 497 ล้านบาท
          “ในเดือนพฤศจิกายน 2562 TTTBB ได้เข้าทำสัญญาซื้อขายทรัพย์สินส่วนเพิ่ม (JASIF) จำนวน 700,000 คอร์กิโลเมตร มูลค่าซื้อขายรวม 38,000 ล้านบาท โดยได้บันทึกกำไรจากการขายทรัพย์สินส่วนเพิ่มดังกล่าว จำนวน 10,441 ล้านบาท (ยอดสุทธิจากภาษีเงินได้) และรับรู้ในงบการเงินรวม จำนวน 7,233 ล้านบาท (ยอดสุทธิจากภาษีเงินได้ และไม่รวมสัดส่วนการถือหน่วยลงทุนของ JAS ใน JASIF ซึ่งปัจจุบันถืออยู่ จำนวน 1,520 ล้านหน่วย คิดเป็น 19%)” นางสาวสายใจ กล่าว
          และหักรายการสำรองหนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญของบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTTBB ผู้ให้บริการ 3BB จำนวน 247 ล้านบาท, สำรองผลประโยชน์ระยะยาวของพนักงาน จำนวน 165 ล้านบาท, สำรองผลเสียหายจากคดีฟ้องร้องการกลับคำพิพากษาศาลฎีกา จำนวน 831 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีและหลักความระมัดระวัง
          โดยบริษัทได้บันทึกหนี้สินเพิ่มเติม จำนวน 670 ล้านบาท สำหรับเจ้าหนี้ 3 ราย ซึ่งบริษัทได้เข้าทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และบันทึกประมาณการหนี้สินเพิ่มเติม จำนวน 161 ล้านบาท สำหรับเจ้าหนี้ 2 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาประนีประนอมยอมความ
          ขณะเดียวกันบันทึกหนี้สินเพิ่มเติมจากคดีความของบริษัทย่อย จำนวน 149 ล้านบาท และบันทึก Deferred Tax ของบริษัทย่อย จำนวน 2,593 ล้านบาท ในจำนวนนี้รวมการบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีของ TTTBB จำนวน 2,608 ล้านบาท ดังนั้น ในปี 2562 บริษัทและบริษัทย่อยจึงมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,265 ล้านบาท
          ขณะที่บริษัท และบริษัทย่อย มีรายได้รวมจากการดำเนินงานในปี 2562 จำนวน 18,601 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มีรายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 18,446 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจาก TTTBB
          ทั้งนี้ ในปี 2562 ลูกค้าที่ใช้บริการของ 3BB มีลูกค้าเพิ่มขึ้นจำนวน 315,656 ราย เมื่อหักหนี้สูญจำนวน 79,971 รายแล้ว จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นสุทธิ (Net Additional Subscriber) จะอยู่ที่ 235,685 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของลูกค้า FTTx ซึ่งในปี 2562 ลูกค้า FTTx เพิ่มขึ้นสุทธิ จำนวน 875,496 ราย จากปีก่อนที่เพิ่มขึ้นสุทธิอยู่ที่ 708,852 ราย
          ดังนั้น ณ สิ้นปี 2562 ลูกค้าที่ใช้บริการ 3BB มีจำนวนทั้งสิ้น 3.18 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าที่ใช้บริการ FTTx ประมาณ 1.90 ล้านราย สัดส่วนของลูกค้าที่ใช้บริการ FTTx ของ 3BB อยู่ที่ 60% จากปีก่อนอยู่ที่ 35%
          นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2563 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด สำหรับงวดผลการดำเนินงานปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2562 ในอัตรา 1.50 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 12,315,551,061 บาท คิดเป็น 80.02% ของกำไรสุทธิประจำปี 2562 ตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD หรือผู้ซื้อไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผลวันที่ 20 เมษายน 2563 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 พฤษภาคม 2563
          อย่างไรก็ตาม เนื่องจากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ครั้งที่ 3 (JAS-W3) มีกำหนดการใช้สิทธิในวันที่ 31 มีนาคม 2563 ซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนหุ้นของบริษัทภายหลังวันที่ 31 มีนาคม 2563 เพิ่มขึ้น ดังนั้น บริษัทจึงยังไม่สามารถกำหนดจำนวนที่แน่นอนของอัตราเงินปันผลจ่ายต่อหุ้นได้
          โดยจะจ่ายเงินปันผลในอัตราสูงสุด 1.50 บาทต่อหุ้น ในกรณีที่จำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท เท่ากับ 8,210,367,374 หุ้น (จำนวนหุ้นปัจจุบัน) และอัตราต่ำสุด 1.26 บาทต่อหุ้น ในกรณีที่จำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท เท่ากับ 9,708,895,696 หุ้น (ในกรณีที่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิฯ แจ้งความจำนงใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิฯ คงเหลือทั้งจำนวนในวันที่ 31 มีนาคม 2563)
          ทั้งนี้ บริษัทจะทราบจำนวนหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในจำนวนที่แน่นอนแล้วภายหลังวันที่ 31 มีนาคม 2563 และบริษัทจะรีบแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบต่อไปโดยเร็ว บริษัทจึงขอให้ผู้ลงทุนโปรดใช้ความระมัดระวังในการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท เพราะอัตราเงินปันผลจ่ายยังมีความไม่แน่นอน
          * JASIF อวดผลงานปี 62 โต 110%
          นายวินัย หิรัณย์ภิญโญภาศ กรรมการผู้จัดการกองทุนโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF เปิดเผยว่า รายได้จากการลงทุนสุทธิ ในไตรมาส 4/2562 กองทุนมีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 1,696.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.93% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 23.77% จากไตรมาสก่อน ส่งผลให้กองทุนมีกำไรสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจากเงินลงทุน 4,100.01 ล้านบาท
          ส่วนสาเหตุที่มีกำไรเติบโตโดดเด่นในไตรมาส 4/2562 เกิดจากกองทุนได้ว่าจ้างผู้ประเมินราคาอิสระประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงส่วนเดิมให้เป็นมูลค่ายุติธรรมใหม่ ซึ่งเป็นมูลค่า 62,200 ล้านบาท จึงรับรู้กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการประเมินมูลค่าเงินลงทุนดังกล่าวจำนวน 4,100  ล้านบาท
          ขณะที่ทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงส่วนเพิ่มใช้มูลค่าเพิ่ม ณ วันเข้าลงทุนจำนวน 38,000 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน เท่ากับ 5,796.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 356.73% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 246.91% จากไตรมาสก่อน
          ด้านรายได้รวม สำหรับไตรมาส 4/2562 เท่ากับ 1,957.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.84% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 32.17% จากไตรมาสก่อน โดยมาจากรายได้ค่าเช่าสินทรัพย์เส้นใยแก้วนำแสง 1,946.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.94% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 32.52% จากไตรมาสก่อน (เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 กองทุนได้ลงทุนในสินทรัพย์เส้นใยแก้วนำแสงส่วนเพิ่มจำนวน 700,000 คอร์กิโลเมตร) และ ดอกเบี้ยรับ 10.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.17% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และลดลง 10.54% จากไตรมาสก่อน
          ส่วนในปี 2562 กองทุนมีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 5,816.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.63% จากปีก่อน และกำไรสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจากเงินลงทุน 4,899.83 ล้านบาท ทำให้การเพิ่มขึ้นในทรัพย์สินจากการดำเนินงานเท่ากับ 10,716.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.16% จากปีก่อน
          สำหรับรายได้รวมปี 2562 เท่ากับ 6,399.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.46% จากปีก่อน โดยมาจากรายได้ค่าเช่าทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสง 6,354.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.29% จากปีก่อน (เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 กองทุนได้ลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงจำนวน 700,000 คอร์กิโลเมตร) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 อัตราค่าเช่าทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงตามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมและแทนที่สัญญาเช่าหลัก
          โดยปี 2562 เท่ากับ 433.21 บาทต่อคอร์กิโลเมตรต่อเดือน อัตราค่าเช่าทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงตามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมและแทนที่สัญญาประกันรายได้ค่าเช่า เท่ากับ 764.48 บาทต่อคอร์กิโลเมตรต่อเดือน และจากดอกเบี้ยรับ 44.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.69% จากปีก่อน
          ขณะที่ทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงที่กองทุนได้รับจากการส่งมอบ ณ ปัจจุบัน กองทุนมีทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงทั้งสิ้นเท่ากับ1,680,500 คอร์กิโลเมตร ประกอบด้วย ทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเดิม จำนวน 980,500 คอร์กิโลเมตร และทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงส่วนเพิ่มจำนวน 700,000 คอร์กิโลเมตร
          ด้านอัตราค่าเช่าทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสง สำหรับปี 2562 อัตราค่าเช่าทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงตามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมและแทนที่สัญญาเช่าหลัก เท่ากับ 433.21 บาทต่อคอร์กิโลเมตรต่อเดือน อัตราค่าเช่าทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงตามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมและแทนที่สัญญาประกันรายได้ค่าเช่า เท่ากับ 764.48 บาทต่อคอร์กิโลเมตรต่อเดือน (อัตราการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาผู้บริโภคปี 2561 ที่ประกาศโดยกระทรวงพาณิชย์เพิ่มขึ้น 1.07% ดังนั้น อัตราค่าเช่าทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงสำหรับปี 2562 จึงเพิ่มขึ้นเท่ากับ 1.07% อัตราค่าบริหารดูแลและบำรุงรักษาทรัพย์สิน สำหรับปี 2562 เท่ากับ 225.10  บาทต่อคอร์กิโลเมตรต่อเดือน
          ส่วนมูลค่าทรัพย์สินสิทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 เท่ากับ 87,006.23 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.8757 ล้านบาทต่อหน่วย