"JASIF"ลงทุนเสริมแกร่งดันกำไรปี63ทะลุ8.3พันล.

Published on 2019-11-01   By ทันหุ้น

ทันหุ้น - JASIF ลงทุนในทรัพย์สินกิจการ โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเส้นใย แก้วนำแสงเพิ่มเติมครั้งที่ 1 จำนวนไม่เกิน 7 แสนคอร์กิโลเมตร เพิ่มทรัพย์สินกองทุนโต จ่อเปิดผู้ถือหน่วยเดิมจองซื้อ 7-13 พฤศจิกายนนี้ ที่ราคาหน่วยละ 9 บาท คาดกำไรปีนี้ 8.3 พันล้านบาท DPU เป็น 1.04 บาท
          นายพรชลิต พลอยกระจ่าง รองกรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ กองทุนบัวหลวง ในฐานะบริษัทจัดการกองทุน JASIF เปิดเผยว่า กองทุน JASIF จะเข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานประเภททรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสง (Optical Fiber Cable) เพิ่มเติมครั้งที่ 1 จำนวนไม่เกิน 700,000 คอร์กิโลเมตร และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินที่ลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 จาก บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTTBB มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 38,000 ล้านบาท
          เปิดจองซื้อหน่วย 7-13 พ.ย.
          ภายหลังจากการเพิ่มทุนในครั้งนี้กองทุน JASIF มีทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเป็นไม่เกิน 1,680,500 คอร์กิโลเมตร มีขนาดมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ของกองทุนเพิ่มเป็นประมาณ 81,500 ล้านบาท จากก่อนการเพิ่มทุนที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนอยู่ที่ประมาณ 59,000 ล้านบาท ทั้งนี้ จะเปิดจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ของ JASIF ในวันที่ 7-13 พฤศจิกายน 2562 จำนวนไม่เกิน 2,500 ล้านหน่วย ซึ่งผู้ถือหน่วยเดิมที่มีสิทธิจองซื้อที่ 2.2 หน่วยลงทุนเดิม ต่อ 1 หน่วยลงทุนใหม่ ที่ราคาเสนอขาย 9 บาทต่อหน่วย โดยแหล่งลงทุนจะมาจากการระดมทุนเงินได้ 22,500 ล้านบาท และเป็นเงินกู้ จำนวน 15,500 ล้านบาท รวมทั้งหมด 38,000 ล้านบาท
          นอกจากนี้ JASIF ได้รับการต่ออายุสัญญาเช่าจาก TTTBB ของทรัพย์สิน เส้นใยแก้วนำแสง สัดส่วน 80% ของสินทรัพย์ครั้งแรก ที่มี 980,000 คอร์กิโลเมตร ที่จะหมดสัญญาในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ขยายออกไปหมดอายุในวันที่ 22 มกราคม 2575 ซึ่งจะช่วยให้กองทุน JASIF มีรายได้เข้ามาเพิ่มขึ้นอีก 6 ปีข้างหน้า และ TTTBB จะรับผิดชอบการนำเส้นใยแก้วนำแสงลงดินและบำรุงรักษา รวมทั้งยังมีโอกาสที่ JAS จะขาย ทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงที่มีอยู่อีก 200,000 คอร์กิโลเมตร อย่างไรก็ดี อายุการใช้งานของเส้นใยแก้วนำแสงถึง 35 ปี ขณะที่ทรัพย์สินที่ JASIF ลงทุนมีอายุเฉลี่ย 3 ปี
          ทางกองทุนได้คาดการณ์กำไรปี 2563 จะเพิ่มขึ้นเป็น 8,300 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยเป็น 8,000 ล้านหน่วย จากปี 2562 ที่คาว่าจะมีกำไรอยู่ที่ราว 5,400 ล้านบาท จากจำนวนหน่วยอยู่ที่ 5,500 ล้านหน่วย และคาดว่าเงินปันผลส่วนแบ่งกำไรต่อหน่วยลงทุน (Cash Distribution Per Unit หรือ DPU) ในปี 2563 เพิ่มขึ้นเป็น 1.04 บาทต่อหน่วย จากปี 2562 ที่คาด 0.99 บาทต่อหน่วย
          โดยอัตราผลตอบแทน (Yield) กองทุน JASIF ในปี 2563 นั้น คาดว่าผลตอบแทน ต่อหน่วยลงทุนจะเพิ่มเป็น 11.5% (คิดบนราคา 9 บาทต่อหน่วย) และคาดว่าในปี 2562 อัตราผลตอบแทนจะอยู่ที่ 8.3% บนราคา 11 บาทต่อหน่วย อย่างไรก็ดี ช่วง 4 ปีผ่านมา JASIF จ่ายเงินปันผลที่เฉลี่ย 8-9% ต่อปี หรือประมาณ 4.07 บาทต่อหน่วย
          "ในภาวะอัตราดอกเบี้ยในตลาดอยู่ในระดับต่ำ เบื้องต้นเราประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังต่ำอยู่ในช่วง 1-2 ปีจากนี้ ทำให้มองว่ากองทุน JASIF น่าจะตัวเลือก ที่ดีในการลงทุน เพราะนอกจากอัตราผลตอบแทนในระดับดี ซึ่งเราถือเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีอัตราผลตอบแทนที่สูงสุดติดอันดับ 1 ใน 2 จากทั้งหมดที่มี 8 กองทุนในประเทศไทย อีกทั้งเงินปันผลที่ได้รับยังสามารถยกเว้นภาษี ได้อีก 5 ปี" นายพรชลิตกล่าว

          บรรยายใต้ภาพ
          พรชลิต พลอยกระจ่าง