ชี้ธีมลงทุนเด่นรับ"ดอกเบี้ยโลก"ขาลงโบรกเปิดโผหุ้น"ปันผล"สูง

Published on 2019-07-30   By กรุงเทพธุรกิจ

บล.ยูโอบี'ชูกลุ่มอสังหาฯจ่ายดิวิเดนด์ยิลด์สูง เฉลี่ย 3%
          กรุงเทพธุรกิจโบรกเกอร์ชูธีมหุ้น"ปันผล" รับดอกเบี้ยโลกขาลง "โนมูระ พัฒนสิน" ชู 7 หุ้นจ่ายปันผลระหว่างกาลเด่น "ดิวิเดนท์ยิลด์" สูง ด้าน "ยูโอบี เคย์เฮียน" แนะ กลุ่ม"อสังหาฯ"เด่น พร้อมเลี่ยง หุ้นงบอ่อนแอ
          นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ในช่วงทิศทางดอกเบี้ยโลกขาลง นักลงทุนจะให้ ความสนใจลงทุนหุ้น ที่ ให้ดิวิเดนด์ยิลด์ สูง ซึ่งกลยุทธ์การลงทุนหุ้นปันผลระหว่างกาลในช่วงครึ่งปีแรก ปกติแล้ว ก่อนที่ XD 2 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน ราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 4-9.6 % ดังนั้น จึงมองว่าหุ้นปันผลสูงนั้น นักลงทุนสามารถทยอยซื้อสะสม เล่นรอบได้ก่อน XD โดยหุ้นที่จ่ายปันผลระหว่างกาลที่แนะนำ เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลสูง พื้นฐานดี และราคาหุ้นมีอัพไซด์
          ทั้งนี้ประกอบด้วย 1.บมจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์(LH) มีดิวิเดนด์ยิลด์ 6.3% ราคาเหมาะสม 12.15 บาท 2.บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล(PTTGC ) ดิวิเดนด์ยิลด์ 4.9% ราคาเหมาะสม 75.11 บาท 3.บมจ. ไออาร์พีซี(IRPC ) ดิวิเดนด์ยิลด์ 4.1% ราคาเหมาะสม 5.87 บาท 4. บมจ.ธนาคาร เกียรตินาคิน (KKP) ดิวิเดนด์ยิลด์ 6.6% ราคาเหมาะสม 76 บาท 5.บมจ.น้ำมันพืชไทย TVO) ดิวิเดนด์ยิลด์ 5.7% ราคาเหมาะสม 29.50 บาท 6.บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์(INTUCH) ดิวิเดนด์ยิลด์ 4.2% ราคาเหมาะสม67.47 บาท และ 7.บมจ.ศุภาลัย(SPALI ) ดิวิเดนด์ยิลด์ 4.7% ราคาเหมาะสม 24.58 บาท
          นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นที่ให้ ดิวิเดนด์ยิลด์ สูง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มหุ้นที่ราคาปรับตัวลดลงแรงมาก ซึ่ง บางบริษัทมีความไม่แน่นอนทางปัจจัยพื้นฐาน เช่น กลุ่มปิโตรเคมี ,อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน ทำให้ไม่น่าสนใจลงทุน เพราะ ภาคธุรกิจอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลง อาจมีโอกาส ถูกปรับประมาณกำไรสุทธิลง
          กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เป็นกลุ่มที่อาจจะจ่ายปันผลระหว่างกาลสูงที่สุด ส่วนใหญ่ให้ ดิวิเดนด์ยิลด์เฉลี่ย 3% แม้ผลกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2562 ไม่ดีซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ เพราะได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมสินเชื่อบ้าน( LTV)ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้กำไรปีนี้อาจไม่โต หรือ โตเล็กน้อยจากปี 2561
          อย่างไรก็ตาม ตลาดรับรู้ข่าวดังกล่าวไปแล้ว ทำให้ปัจจุบันหุ้นกลุ่มอสังหาฯซื้อขาย ที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น(P/E) ประมาณ 5 เท่าปลายๆ  ต่ำกว่าพื้นฐานมาก จึงมีโอกาสที่หุ้นกลุ่มอสังหาฯจะฟื้นตัว ได้ แต่การฟื้นตัวก็จะจำกัดเพราะ กำไรหุ้นกลุ่มนี้ได้ผ่านจุดดีที่สุดไปแล้ว
          สำหรับหุ้นจ่ายปันผลระหว่างกาลที่แนะนำ คือ 1.กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) ซึ่งจ่ายปันผลทุกไตรมาส ครึ่งปีแรก2562 คาดจ่าย 0.40 บาทต่อหน่วย ดิวิเดนด์ยิลด์ 3% 2.บมจ.จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (EASTW) คาดดิวิเดนด์ยิลด์ 1.9 % ที่น่าสนใจเพราะ ในระยะยาวได้ประโยชน์จากการเติบโตของภาคตะวันออก จากโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ( EEC) ขณะที่ ระยะสั้นได้ประโยชน์จากปีนี้น้ำแล้ง ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆลดลง ให้ราคาเหมาะสมที่ 15 บาท
          3. บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) คาดดิวิเดนด์ยิลด์ 2.2% โดยประเมินค่าการกลั่นฟื้นตัว ต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 3 ปี 2562 จากโรงกลั่นขนาดใหญ่ในอเมริกา ปิดดำเนินการ และ BCP มีผลิตภัณฑ์ดีเซลสัดส่วนที่สูง ซึ่งปีนี้ราคาดี ราคาเหมาะสม 36 บาท 4.LH คาดดิจิวเดนยิลด์ 3% ราคาเหมาะสมที่ 12.10 บาท 5.บมจ. ทิพยประกันภัย(TIP) คาดจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 0.75 บาทต่อหุ้น ดิวิเดนด์ยิลด์ 3% เพราะผลประกอบการดีขึ้นราคาเหมาะสมที่ 30 บาท
          นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิง กลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า บจ.ที่จ่ายเงินปันผล ระหว่างกาลสูงในงวดครึ่งปีแรก ประกอบด้วย 1.บมจ.แม็คกรุ๊ป (MC) คาดเงินปันผล 0.32 บาท คิดเป็นดิวิเดนด์ยิลด์ 4.3% 2.บมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA ) คาดปันผล 1 บาทต่อหุ้น คิดเป็น ดิวิเดนด์ยิลด์ 3.6% 3.บมจ.น้ำมันพืชไทย (TVO ) คาดจ่ายปันผล 0.97 บาทต่อหุ้น คิดเป็นดิวิเดนด์ยิลด์ 3.4%
          4. บมจ. อนันดาดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN ) คาดจ่ายปันผล 0.12 บาท ต่อหุ้น คิดเป็นดิวิเดนด์ยิลด์ 3% 5.บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ(ROJNA) คาดจ่ายปันผล 0.20 บาท คิดเป็น ดิวิเดนด์ยิลด์ 3% และ6.บมจ.แลนด์ แอนด์เฮ้าส์ (LH) คาดจ่ายปันผล 0.31 บาท คิดเป็นดิวิเดนด์ยิลด์ 2.8%
          สำหรับหุ้นปันผลสูงที่ทาง บล.ทิสโก้ คัดมา 6 บริษัทดังกล่าว ซึ่งบริษัท แนะ ซื้อจำนวน 4 บริษัท คือ TVO ให้ราคาเหมาะสมที่ 30.75 บาท, ANAN ราคาเหมาะสม 5.4 บาท, ROJNA ราคาเหมาะสม 8.40 บาทต่อหุ้น, LH ให้ราคาเหมาะสม 12.5 บาท เพราะ ทิศทางผลประกอบการเติบโตที่ดี แต่ MC และ HANA นั้นจ่ายปันผลสูง แต่ผลประกอบการไม่แข็งแรง จึงแนะนำแค่ถือรอปันผล
          ส่วนการซื้อแนะนำ ให้นักลงทุนทยอยสะสม เพราะการซื้อที่รับเงินปันผลควรซื้อล่วงหน้าก่อน 1-2 เดือน ที่จะขึ้น XD ส่วนจะถือเพื่อรับปันผลหรือไม่แล้วแต่ เพราะ ได้ส่วนต่างราคา (แคปปิตอลเกน) สูงกว่าการรับเงินปันผลสามารถที่จะขายออกมาก่อนได้