"พิชญ์"ภาคเสธขายJAS ยอมรับเจรจาหาพันธมิตร

Published on 2019-07-25   By กรุงเทพธุรกิจ
  JAS แจ้งผ่านตลท. ภาคเสธเจรจาขายหุ้นให้ไทย-เทศหลายราย แต่ยอมรับมีการเจรจาหาพันธมิตรทางธุรกิจ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ฟากวงในเผย “พิชญ์” เหลือหนี้ส่วนตัวแค่ครึ่งเดียว จากที่กู้ SCB มาทำเทนเดอร์ฯซื้อหุ้น 2 หมื่นล้านบาท ชี้เป็นหนี้ระยะยาวทยอยจ่ายได้นาน 7 ปี ยันไม่มีปัญหาอะไร
          นางสาวสายใจ คีตสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวตามสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ว่าบริษัทมีการเจรจาขายหุ้นให้กับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศหลายรายนั้น ขอชี้แจงว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และบริษัทไม่ได้รับแจ้งจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ว่ามีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของอัตราส่วนการถือหุ้นในบริษัทแต่อย่างใด
          อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทได้พิจารณาแผนการจัดหาแหล่งเงินทุนรองรับ ทั้งจากตลาดเงิน ตลาดทุน รวมไปถึงการหาพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อทำให้ศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจยังคงดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยมีการเจรจากับธนาคารและพันธมิตรทางธุรกิจ แต่การเจรจาดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุป นอกจากนี้ บริษัทขอเรียนว่าบริษัทไม่ได้นำเงินไปชำระหนี้ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
          ขณะที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา เพื่อปฏิเสธกรณีที่มีข่าวสนใจเข้าซื้อกิจการหรือร่วมทุนกับ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ที่ดำเนินธุรกิจโครงข่ายโทรคมนาคมการสื่อสารแบบมีสาย (Wireline) หรืออินเทอร์เน็ตบ้าน
          โดยดีแทคขอปฏิเสธข่าวดังกล่าว บริษัทยังคงยึดมั่นในธุรกิจและพัฒนาการให้บริการไร้สายอย่างต่อเนื่อง ทั้ง 4G, 3G และ 2G รวมถึงเทคโนโลยีสื่อสารดิจิทัลต่าง ๆ เพื่อเชื่อมต่อลูกค้าสู่สิ่งที่สำคัญที่สุด และเสริมสร้างศักยภาพของสังคมไทย
          ด้านแหล่งข่าววงการสื่อสาร เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า ที่นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีหนี้ส่วนตัวที่กู้จากธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เพื่อนำมาทำคำเสนอซื้อหุ้น JAS เมื่อปลายปี 2559 อยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้มีการชำระคืนหนี้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง และเหลือเพียงครึ่งเดียว ซึ่งหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ระยะยาว 7 ปี ซึ่งสามารถทยอยใช้คืนได้เรื่อย ๆ ไม่มีปัญหาอะไร ขณะที่หนี้ในส่วนของบริษัท (JAS) เอง ปัจจุบันมีไม่ถึง 20,000 ล้านบาท โดยสามารถดำเนินการชำระได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหาเช่นเดียวกัน