ฐานกองทุนDIF-JASIFวัดผลตอบแทน-ปัจจัยเชิงคุณภาพ

Published on 2019-06-07   By ทันหุ้น

ทันหุ้น - บล.ไทยพาณิชย์ มองกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม  เหมาะสำหรับการลงทุนในขณะนี้ เพราะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลผลที่สูงและสม่ำเสมอ ในช่วงที่ภาวะดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ พร้อมกับเปรียบเทียบ 2 กองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม DIF-JASIF ที่น่าสนใจเข้าลงทุน  แต่ให้น้ำหนักการลงทุนใน DIF มากกว่า เมื่อพิจารณาจากปัจจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
          สำหรับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF ให้ราคาเป้าหมาย 17.5 บาท และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF โดยให้ราคาเป้าหมาย 11.5 บาท เพราะทั้ง 2 กองทุนนี้ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและสม่ำเสมอที่ 6.4% สำหรับ DIF จนถึงปี 2575 และ 9.0% สำหรับ JASIF จนถึงปี 2568 สูงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับ IFF และ REIT อื่นๆ
          นอกจากนี้แล้วภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำยังช่วยสนับสนุนการลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานด้วย เราชอบ DIF มากกว่า JASIF แม้ผลตอบแทนจากเงินปันผลต่ำกว่าและราคาหน่วยลงทุนปรับตัวขึ้นมามากกว่า SET แล้วในระยะหลังนี้ เมื่อดูจากตารางคะแนนของเราซึ่งวิเคราะห์ทั้งปัจจัยเชิงปริมาณและปัจจัยเชิงคุณภาพ DIF ได้ 7 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ในขณะที่ JASIF ได้ 5 คะแนน เราจะเปลี่ยนมาชอบ JASIF มากกว่าเมื่อเห็นความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการซื้อทรัพย์สินใหม่
          ตัวเลือกที่ดีในการนำเงินมาใส่ไว้ ในสภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูงและอัตราดอกเบี้ยต่ำ เราเชื่อว่า DIF และ JASIF เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะนำเงินมาใส่ไว้เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผลระดับสูงและสม่ำเสมอที่ 6.4% สำหรับ DIF และ 9.0% สำหรับ JASIF ในปี 2562 ผลตอบแทนจากเงินปันผลจะทรงตัวอยู่ในระดับประมาณนี้จนถึงปี 2575 สำหรับ DIF และปี 2568 สำหรับ JASIF อ้างอิงสัญญาเช่าปัจจุบัน ทั้ง 2 กองทุนนี้มีโอกาสที่จะซื้อทรัพย์สินเพิ่ม เนื่องจากผู้สนับสนุนยังคงมีทรัพย์สินจำนวนมากที่สามารถขายออกมา ทั้งนี้เมื่ออิงกับตัวเลขปี 2561 มูลค่าทางบัญชีสุทธิสำหรับทรัพย์สินโทรคมนาคมของ TRUE อยู่ที่ 7.5 หมื่นลบ. และของ JAS อยู่ที่ 3.26 หมื่นลบ. ซึ่งจากการประเมิณของเราจะสามารถแปลงเป็นมูลค่าทรัพย์สิน 2.0 แสนลบ. และ 1.0 แสนลบ. เมื่อขายให้กับ DIF และ JASIF
          DIF - ความแน่นอนสูง แต่ผลตอบแทนจากเงินปันผลน้อยกว่า DIF เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ และสามารถยอมรับผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น้อยกว่า JASIF ได้ แต่จะรับการชดเชยจากอายุสัญญาเช่าที่นานกว่า ทรัพย์สินที่กระจายตัวมากกว่า และฐานะการเงินของผู้สนับสนุนกองทุน (TRUE) ที่แข็งแกร่งกว่า JASIF นอกจากนี้ DIF ยังมีผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยงดีกว่า JASIF ด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นใน Sharpe Ratio ที่สูงกว่า JASIF อีกทั้ง DIF ยังมีแนวโน้มที่จะสร้างผลขาดทุนจากส่วนต่างราคา (Capital Loss) เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ใน 1 ปี น้อยกว่า JASIF เพราะค่า Maximum Drawdown ต่ำกว่า
          JASIF - ความเสี่ยงสูงกว่า ผลตอบแทนสูงกว่า เราแนะนำ JASIF สำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงกว่า และสามารถยอมรับความเสี่ยงที่สูงกว่า DIF ได้ JASIF มีความได้เปรียบมากกว่า DIF 3 ข้อ: 1. ผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าสนใจมากกว่า DIF จนถึงปี 2568 2. ราคาหน่วยลงทุนในปัจจุบันต่ำกว่า NAV ใน 1Q/62 สะท้อนถึงความเสี่ยงขาลงที่จำกัด และ 3. JASIF มีความอ่อนไหวต่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้นน้อยกว่า DIF และมีปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญที่มาจากการซื้อทรัพย์สินใหม่