หุ้น"แจส"พุ่งระยะสั้นรับข่าวชนะคดี

Published on 2019-05-14   By กรุงเทพธุรกิจ

กรุงเทพธุรกิจ "จัสมิน" เผย อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาด ให้บริษัทย่อย 'จัสมิน ชับมารีน เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์'ชนะข้อพิพาทโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ ฝั่งตะวันออก มูลค่ารวมพร้อมดอกเบี้ย ณ วันที่ 9 พ.ค.62 จำนวน 4.2 พันล้านบาท ด้านโบรกเกอร์ฯชี้ปรับตัวขึ้นระยะสั้น เผยกว่าได้เงินต้องรอให้ศาล สั่งบังคับคดีก่อน
          ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS วานนี้(13พ.ค.) ปรับตัวขึ้นรับข่าวดี คณะอนุญาโตตุลาการ ชี้ขาด ให้บริษัทย่อย ชนะคดี แบ่งรายได้ตามสัญญาร่วมลงทุนสร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ (ฝั่งตะวันออก) ปิดตลาดราคาหุ้นอยู่ที่ 5.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือ 2.70 % มูลค่าซื้อขาย 313.47 ล้านบาท
          นายสมบัติ เอกวรรณพัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาหุ้น JAS ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากข่าว คณะอนุญาโตตุลาการ ชี้ขาด ที่ให้บริษัทย่อยชนะคดี ซึ่งมองว่าเป็นการปรับตัวรับข่าวดีระยะสั้น เพราะ บริษัทจะได้รับเงินดังกล่าวนั้น จะต้องให้ศาล เป็นผู้สั่งบังคับคดี
          นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน- วิเคราะห์เทคนิค บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระพัฒนสิน จำกัด (มหาชน) หรือ CNS กล่าวว่า แม้หุ้น JAS ปรับตัวขึ้นมา แต่ยังสามารถเก็งกำไรได้ต่อ โดยมองแนวรับที่ระดับ 5.40 บาท แนวต้านที่ระดับ 6 บาท
          ด้าน นางสาวสายใจ คีตสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน)หรือ JAS แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงผลคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2562 คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้บริษัทคู่พิพาทกับบริษัท จัสมิน ซับมารีน เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (JSTC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย รับผิดชอบส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาโครงการร่วมลงทุนสร้างโครงข่าย เคเบิลใต้น้ำ(ฝั่งตะวันออก) พร้อมดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน 3.39 พันล้านบาท
          การรับเงินส่วนแบ่งรายได้ต้องเป็นไปตามสัญญาโอนสิทธิและหน้าที่การรับเงินตามสัญญาสัมปทานและตามแนวปฏิบัติที่ JSTC และคู่พิพาทปฏิบัติต่อกันมา โดยคู่พิพาทมีสิทธิรับเงินส่วนแบ่งรายได้เป็นเงิน 425.71ล้านบาท  และส่วนแบ่งรายได้ที่เหลือของ JSTC
          ส่วนข้อพิพาทกับบริษัทรายหนึ่งเกี่ยวกับสัญญาร่วมทุนดังกล่าว ซึ่งเรียกร้องให้บริษัทคืนส่วนแบ่งรายได้ พร้อมชำระค่าซ่อมแซมเครื่องมือ อุปกรณ์และทรัพย์สินในโครงการดังกล่าว อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้บริษัทชำระค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 15.82 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย โดยไม่มีหน้าที่ต้องชำระเงินส่วนแบ่งรายได้และข้อเรียกร้องอื่นเป็นเงิน 9.9 พันล้านบาท