เก็งBJC-CPALL-CK-STEC รับปลดล็อกพรรคการเมือง

Published on 2018-12-13   By ข่าวหุ้น
กสิกรไทยแนะเก็งกำไรหุ้นรับเหมา และกลุ่มบริโภค รับ “บิ๊กตู่” ใช้ม.44 ปลดล็อกพรรคการเมือง สถิติก่อนเลือกตั้งต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ ขณะที่หุ้นไทยไม่แพงพี/อี 14 เท่า กลุ่มรับเหมา แนะนำ CK, STEC และกลุ่มบริโภค แนะนำ BJC, CPALL เป้าดัชนีปีหน้า 1,760 จุด
          นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินลงทุนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย กล่าวว่า การประกาศปลดล็อกพรรคการเมืองวานนี้ คาดว่าจะช่วยให้นักลงทุนสถาบันและต่างประเทศกลับมาซื้อหุ้นไทย ก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์
          “จากสถิติเดิมที่ผ่านมา เวลาการประกาศเลือกตั้งแล้ว นักลงทุนต่างประเทศจะกลับมาซื้อหุ้นไทย แต่ครั้งนี้อาจต้องดูปัจจัยภายนอกประกอบด้วย โดยเฉพาะเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ดอกเบี้ยของเฟด และ Brexit รวมทั้งราคาน้ำมัน” นายเผดิมภพ กล่าว
          สำหรับกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากการเลือกตั้ง ได้แก่ กลุ่มรับเหมา แนะนำบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK, บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC และกลุ่มบริโภค แนะนำ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ส่วนเรื่องของการชะลอขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด จะส่งผลดีต่อกลุ่มอสังหาฯ แนะนำ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI และกองทุน แนะนำ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF เป็นต้น
          นายเผดิมภพ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยขณะนี้ ประมาณ 1,640-1,650 จุด ถือว่าไม่แพง พี/อีประมาณ 14 เท่า ส่วนปีหน้าคาดว่าดัชนีจะไปแตะระดับสูงสุดที่ 1,760 จุด หลังการเลือกตั้ง
          เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาสงบแห่งชาติที่ 22/2561 เรื่อง การให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง โดยที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา และมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.นี้อันเป็นวันที่พ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และมาตรา 171 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวให้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 90 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการหาเสียงเลือกตั้งให้เริ่มกระทำได้ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งส.ส.มีผลใช้บังคับ
          ทั้งนี้ จึงเป็นที่แน่ชัดว่าจะมีการเลือกตั้งในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ ประชาชนจึงควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองเพื่อเข้าไปบริหารประเทศได้อย่างอิสระและเสรี และควรที่พรรคการเมืองจะสามารถรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเพื่อนำเสนอนโยบายใช้ในการบริหารประเทศต่อประชาชนได้ อันเป็นวิถีทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยจึงสมควรดำเนินการเพื่อให้ประชาชนและพรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
          ดังนั้น หัวหน้าคสช.จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) 2557 ยกเลิกคำสั่ง-ประกาศคสช.จำนวน 9 ฉบับที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น 1. คำสั่งที่ 10/2557 เรื่อง ห้ามมิให้กระทำการใด ๆ หรือสั่งให้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคล เท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม โดยไม่กระทบถึงการดำเนินคดีและการดำเนินการหรือการปฏิบัติตามคำสั่ง-ประกาศที่ยกเลิกไป คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป