บิ๊กล็อตJAS-W3 2.2พันล้าน ลุ้นแปลงสภาพ29ธ.ค.นี้ ราคาหุ้นแม่-วอร์แรนต์ เทรดต่ำกว่า"พิชญ์"ทำเทนเดอร์

Published on 2017-12-20   By โพสต์ทูเดย์

 โพสต์ทูเดย์ - บิ๊กล็อต JAS-W3 จำนวน 650 ล้านหน่วย ราคา 3.40 บาท มูลค่ารวม 2,210 ล้าน
          รายงานจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า วันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการทำรายการขนาดใหญ่ หรือบิ๊กล็อต ใบสำคัญแสดงสิทธิหรือ วอร์แรนต์ชุดที่ 3 ของบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) หรือ JAS-W3 จำนวน 8 รายการ ปริมาณ 650 ล้านหน่วย มูลค่าซื้อขาย 2,210 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ย 3.40 บาท/หน่วย
          ก่อนหน้านี้ JAS แจ้งการใช้สิทธิของ JAS-W3 แปลงสภาพเป็นหุ้น JAS มีระยะเวลาแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิในวันที่ 22-28 ธ.ค. 2560 กำหนดวันใช้สิทธิวันที่ 29 ธ.ค. 2560 โดยกำหนดราคาในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ 3.904 บาท/หุ้น ในอัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วย ต่อ 1.101 หุ้น
          ราคา JAS-W3 วันที่ 19 ธ.ค. ปิดที่ 3.44 บาท/หน่วย เพิ่มขึ้น 0.06 บาท หรือคิดเป็น 1.78 % มูลค่าซื้อขาย 2,234 ล้านบาท ส่วนหุ้น JAS ปิดที่ 7 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือคิดเป็น 1.45% มูลค่าการซื้อขาย 121.97 ล้านบาท
          บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีไอเอ็มบี เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายวิเคราะห์ได้ ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" JAS จากเดิมแนะนำ "ถือ" แต่ปรับลดราคา เป้าหมายเป็น 7.45 บาท จากเดิม 7.55 บาท
          โบรกเกอร์รายนี้ คาดว่า นายพิชญ์ โพธารามิก ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ JAS ต้องการเงินปันผลจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ที่ไปขอมาทำคำเสนอซื้อหรือเทนเดอร์
          ออฟเฟอร์ หุ้น JAS ในช่วงปี 2559 และผู้ถือหุ้นใหญ่น่าจะไม่ต้องการให้ราคาหุ้นต่ำกว่า 7.20 บาท นานนัก เพราะอาจทำให้เกิดการเรียกหลักประกันเพิ่ม
          ทั้งนี้ ปี 2559 นายพิชญ์ ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของ JAS ได้ประกาศทำเทนเดอร์ฯ หุ้น JAS ในราคา 7.25 บาท/หุ้น และซื้อ JAS-W3 ในราคา 3.68 บาท/หน่วย
          นอกจากนี้ ยังมีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อ และเป็น ผู้สนับสนุนทางการเงินสำหรับการทำ คำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด ในช่วงทำเทนเดอร์ฯ นายพิชญ์ยังได้เข้าเก็บหุ้น JAS โดยตรงอีกจำนวน 1,746.29 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 7.25 บาท และยังเก็บ JAS-W3 อีกจำนวน 649.99 หน่วย ในราคา 3.68 บาท/หน่วย
          ขณะที่นายพิชญ์ได้หุ้นจากการทำเทนเดอร์ฯ จำนวน 324.90 ล้านหุ้น ส่งผลให้มีหุ้น JAS ในมือรวมทั้งสิ้น 4,295.25 ล้านหุ้น ส่วน JAS-W3 ได้เทนเดอร์ฯ มาอีก 315.31 ล้านหน่วย ส่งผลให้ถือรวมเพิ่มเป็น 1,983.29 ล้านหน่วย
          สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น JAS ล่าสุดที่แจ้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 27 พ.ย. 2560 นายพิชญ์ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ถือหุ้นสัดส่วน 64.39% อันดับสอง RAFFLES NOMINEES (PTE) LIMITED ถือหุ้น 3.24% อันดับ 3 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ ถือหุ้น 2.94%
          นอกจากนี้ นายพิชญ์ได้รับการจัดอันดับจากวารสารการเงินธนาคารให้เป็นเศรษฐีหุ้นไทย อันดับ 2 ประจำปี 2560 โดยถือครองหุ้น JAS และบริษัท โมโน เทคโนโลยี มูลค่ารวม 4.4 หมื่นล้านบาท ก้าวขึ้นจากอันดับ 7 เมื่อปีที่แล้ว หรือเพิ่มขึ้น 122%