DTAC-JAS-AIS-TRUE จ่อดวลชิงคลื่น 1800-850

Published on 2017-04-18   By ข่าวหุ้น
  “DTAC-JAS-ADVANC-TRUE” จ่อศึกชิง 4G คลื่น 1800 MHz และ 850 MHz หลังกสทช.เล็งประมูล ก.พ. 61 คาดรัฐฟาดเงินประมูล 2 แสนล้านบาท วงการเงินชี้ DTAC ตัวเต็งคว้าไลเซนส์ จับตา JAS อาจส่งบริษัทใหม่เข้าร่วมประมูลด้วย
          จากกรณีสำนักคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คาดจะสามารถดำเนินการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 850 MHz ได้ในช่วงเดือน ก.พ. 2561 โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินว่า จะถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อทางบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ซึ่งจะช่วยลดความกังวลในเรื่องของความไม่เพียงพอของคลื่นความถี่ให้บริการ
          นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังคาดว่า DTAC จะได้ไลเซนส์ 1800 MHz มาไว้ในมืออย่างแน่นอน และราคาของคลื่นจะไม่เกินระดับ 50,000 ล้านบาท เนื่องจากการแข่งขันประมูลจะไม่รุนแรงเท่าครั้งก่อน เพราะทางบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ได้มีคลื่นความถี่ในการใช้งานที่เพียงพอต่อความต้องการแล้ว รวมถึงยังมีภาระค่าใบอนุญาตเดิม
          ขณะที่บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS คาดว่าจะไม่มาทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นไปเหมือนเช่นครั้งก่อน เพราะด้วยข้อกำหนดของกสทช. ที่จะเข้มงวดขึ้นทั้งข้อกำหนดค่าเสียหายที่ตั้งไว้ในระดับสูง และการระงับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในกลุ่มบริษัท
          ทั้งนี้ การเกิดประมูลก่อนที่สัมปทานจะหมดอายุลงนั้นจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคที่ใช้บริการว่าจะยังสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและไม่มีผลกระทบ โดยจะเฉพาะอย่างยิ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า DTAC ในการให้บริการของบริษัทมากขึ้นว่าบริษัทจะยังคงสามารถให้บริการบนคลื่นความถี่เดิมได้ ดังนั้น จึงคาด DTAC จะได้ไลเซนส์ 1800 MHz ในราคาประมูลไม่เกิน 50,000 ล้านบาท พร้อมกับแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 50 บาท
          ด้านฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า สำหรับกลุ่มบริษัทที่จะเข้ามาประมูลคาดว่าจะมี 4 กลุ่ม คือ กลุ่ม AIS, DTAC, TRUE และ JAS ที่จะตั้งบริษัทใหม่เข้ามาประมูล เพราะ JAS Mobile Broadband ถูกขึ้นบัญชีดำไปแล้ว
          โดยกสทช. มีแผนเตรียมจัดทำหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และ 850 MHz คาดจะแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. 2560 และจะสามารถเปิดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และ 850 MHz ได้ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2561 ซึ่งเป็นการเปิดประมูลก่อนสัมปทานระหว่าง กสท โทรคมนาคมฯ (CAT) กับ DTAC จะสิ้นสุดในเดือน ก.ย. 2561 ทั้งนี้ คลื่น 1800 MHz จะแบ่งเป็น 3 ใบ ตกใบละ 15 MHz ราคาตั้งต้น 4 หมื่นล้านบาทต่อใบ ส่วนคลื่น 850 MHz มี 1 ใบที่ 10 MHz ราคาตั้งต้น 7.5 หมื่นล้านบาท
          *กสทช.คาดได้เงิน 2 แสนล้าน
          ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. ระบุว่า ภายหลังจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบวาระ 3 ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือ พ.ร.บ.กสทช. ซึ่งใน พ.ร.บ.กสทช. ฉบับดังกล่าวจะมีการแก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ ส่งผลให้หลังจากนี้ กสทช.มีแผนเตรียมจัดทำหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และ 850 MHz คาดจะแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. 2560 และจะสามารถเปิดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และ 850 MHz ได้ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2561
          โดยการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวจะถือเป็นครั้งแรกที่มีการประมูลล่วงหน้าก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทานที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ทำสัญญาไว้กับ DTAC ที่มีกำหนดสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเดือน ก.ย. 2561 เพื่อให้ทางผู้ประกอบการ และผู้ใช้งานที่มีแนวโน้มจะตกค้างภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานได้มีโอกาสเตรียมพร้อมล่วงหน้า
          นอกจากนี้ การประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ น่าจะมีผู้ประกอบการเข้าประมูลทั้งสิ้น 4 ราย ประกอบด้วย ผู้ประกอบการ 3 รายเดิมที่เป็นรายใหญ่ในตลาดขณะนี้ และ JAS ที่อาจมาในชื่อบริษัทใหม่ เนื่องจากชื่อบริษัทเดิม คือ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ ได้ถูก กสทช.ขึ้นแบล็กลิสต์ หลังจากก่อนหน้านี้ JAS ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz แต่ไม่สามารถเดินทางมาชำระค่าใบอนุญาตงวดแรกพร้อมวางหนังสือรับรองจากสถาบันการเงิน (แบงก์การันตี) ได้ทันตามกำหนด
          ทั้งนี้ ราคาตั้งต้นการประมูล ทาง กสทช.จะยึดเอาผลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และ 900 MHz ที่มีขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2558 เป็นหลัก ซึ่งการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ในรอบใหม่ที่จะมีขึ้น จะแบ่งเป็น 3 ใบอนุญาต จำนวนใบอนุญาตละ 15 MHz โดยมีราคาตั้งต้นการประมูลประมาณ 40,000 ล้านบาทต่อใบอนุญาต
          ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 850 MHz 1 ใบอนุญาต จำนวน 10 MHz จะมีราคาตั้งต้นการประมูลอยู่ที่ประมาณ 75,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ด้วยกฎหมายฉบับใหม่ เงินรายได้ที่เกิดขึ้นจากการประมูล 15% จะนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) ส่วนที่เหลือ 85% เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการจัดการประมูลเสร็จสิ้นจะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินดังเดิม ซึ่งการประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ที่น่าจะได้เงินมากถึงราว 200,000 ล้านบาท จะเป็นงบประมาณอย่างดีในการให้รัฐบาลนำไปใช้ในโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์เพื่อช่วยขับเคลื่อนประเทศ
          *JAS ยังมีสิทธิ์เข้าประมูล 4G
          ขณะที่การสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ในช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมา ทางนายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ JAS เคยระบุว่า แม้การประมูลใบอนุญาต 4G ครั้งล่าสุด ทางบริษัทจะยอมทิ้งใบอนุญาต 4G คลื่น 900 MHz ไป แต่ JAS จะยังคงสามารถเดินหน้าเข้าร่วมประมูลรอบใหม่ได้ หากทางภาครัฐเปิดประมูลขึ้นมาในอนาคต
          อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังไม่มีข้อสรุปขณะนี้ว่า หากเกิดการประมูล 4G รอบใหม่ขึ้นมา ทาง JAS เองจะตัดสินใจเข้าร่วมประมูลด้วยหรือไม่ เพราะถือเป็นเรื่องในอนาคตที่ต้องรอดูประเมินความเหมาะสมภายหลัง เพราะปัจจุบันมีความต้องการมุ่งเน้นเดินหน้าทำตลาดและขยายธุรกิจบรอดแบนด์ให้เติบโตได้ต่อเนื่อง