JASIF ลงทุนเพิ่มไตรมาส 4 บลจ.บัวหลวงฯคาดผลตอบแทนไม่ต่ำกว่าเดิม 7-9%

Published on 2017-03-09   By ฐานเศรษฐกิจ

บลจ.บัวหลวงฯ คาดกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน JASIF ซื้อสินทรัพย์เพิ่ม 5-7 หมื่นล้านบาท เร็วสุดไตรมาส 4 นี้ ชูจุดแข็งเร่งขยายบริการบรอดแบรนด์เข้าถึงหมู่บ้านพื้นที่ห่างไกล ไร้คู่แข่ง
          นายสุทธิพงศ์ พัวพันธ์ประเสริฐ รองกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าธุรกิจกองทุนอสังหา ริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวงฯ ในฐานะผู้จัดการของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) เปิดเผยว่า คาดว่ากองทุนจะเข้าซื้อทรัพย์สินใยแก้วนำแสงส่วนเพิ่มจำนวนไม่เกิน 9.8 หมื่นคอร์กิโล เมตร จากบริษัททริปเปิลที บรอด แบนด์ฯ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนลฯ (JAS) อย่างเร็วที่สุดในไตรมาส 4 นี้ เนื่องจาก JAS จะต้องนำเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติในเดือนเมษายน 2560 และ JASIF ก็ต้องขอมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนก่อน
          สำหรับวงเงินเพื่อใช้ในการซื้อทรัพย์สินขณะนี้ยังไม่ได้สรุป แต่อยู่ในกรอบ 5-7 หมื่นล้านบาท ขึ้นกับกองทุนจะใช้เงินกู้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งการกู้เงินมีต้นทุนดอกเบี้ยต่ำ ส่งผลดีต่อกองทุน ทำให้ผลตอบแทนที่ให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสูงขึ้น คงต้องหารือกับบริษัท จัสมินฯ ส่วนการเพิ่มทุนคาดว่าจะเสนอขายผู้ถือหน่วยลงทุนเดิม นักลงทุนทั่วไปและนักลงทุนเฉพาะเจาะจง โดยช่วงเวลาเสนอขายไม่ตรงกับกองทุนโครงสร้างพื้นอนาคตประเทศไทยหรือไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ฟันด์ ประมาณไตรมาส 2-3
          นอกจากนี้บริษัทมีแผนนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) กองทุนให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งสนใจลงทุนใน JASIFค่อนข้างมาก เนื่องจากมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลค่อนข้างสูง และช่วงขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (ไอพีโอ) นักลงทุนทั้ง 2 กลุ่มถือลงทุนสูงถึง 40%
          "การซื้อสินทรัพย์เข้ากอง ทุน ผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยจะได้รับต้องไม่น้อยกว่าเดิมและต้องไม่ต่ำกว่าผลตอบแทนในตลาด หากเทียบจากราคาไอพีโอ 10 บาท ผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ 9% ซึ่งไม่รวมลดทุนและหากเทียบจากราคาที่ซื้อขายในตลาดฯประมาณ 12 บาท ผลตอบแทนจะอยู่ที่ 7% หากให้ต่ำกว่านี้ผู้ลงทุนคงไม่สนใจ" นายสุทธิพงศ์ กล่าว
          ทั้งนี้ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนปี 2558 มีการจ่ายปันผลรวม 8 ครั้ง เป็นเงิน 1.64 บาทต่อหน่วยลงทุน และจ่ายคืนเงินลดทุน 2 ครั้ง เป็นเงิน 0.1247 บาท รวมเป็นเงินจ่ายคืนผู้ลงทุน 1.7647 บาทต่อหน่วยลงทุน
          นายสุทธิพงศ์ กล่าวว่า วันที่ 9 มีนาคม 2560 คณะกรรมการลงทุนด้านอสังหาริม ทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานจะพิจารณาอนุมัติหลักการเข้าลงทุนและเงื่อนไขของโครงการส่วนเพิ่ม ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าโครงสร้างการเช่าน่าจะเหมือนเดิมโดยให้บริษัท ทริปเปิลบีฯ เช่าสัดส่วน 80% ของทรัพย์สินส่วนเพิ่มทั้งหมด เพื่อประกอบธุรกิจอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ และรับประกันรายได้ค่าเช่า 20% ของทรัพย์สิน รวมทั้งกองทุนสามารถนำทรัพย์สินส่วนที่เหลือ 20% ไปให้ผู้ประกอบการรายอื่นเช่าต่อได้นอกจากนี้จะหารือการต่อขยายอายุสัญญาเช่าหรือสัญญารับประกันรายได้ค่าเช่าเส้นใยแก้วนำแสงเดิมของชุดแรก หลังจากบริษัท ทริปเปิลบีฯ ได้รับการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมเพิ่ม
          "เส้นใยแก้วนำแสงเดิมมีทั้งสายต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ แต่ตอนนี้การแข่งขันในเมืองค่อนข้างสูง จัสมินจึงมีแผนเจาะกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดโดยเข้าถึงตำบล หมู่บ้านทำให้ตลาดกว้างขึ้น ซึ่งคู่แข่งเข้าไปไม่ถึง ถือเป็นจุดแข็งของ จัสมิน เพราะหากคู่แข่งจะทำต้องลงทุนจำนวนมาก" นายสุทธิพงศ์ กล่าว