วงการกังขาเกณฑ์ตลท. JASหลุดโผเข้าSET50

Published on 2016-12-20   By ข่าวหุ้น

  JASหลุดโผเข้าSET50
          “JAS” พลิกโผไม่ถูกนำเข้าคำนวณดัชนี SET50 และ SET100 วงการกังขา! ชี้เกณฑ์คัดเลือกไม่ได้มาจากกฎเกณฑ์ของตลท.ทั้งหมด ฟาก JAS ตัดหุ้นซื้อคืน 1,200 ล้านหุ้นลดทุนตามคาด หนุน EPS-DPS เพิ่ม เหลือหุ้นรวม 5,936 ล้านหุ้น
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้แจ้งรายชื่อหุ้นที่ได้เข้าคำนวณใน SET50 และ SET100  โดยมีหุ้นที่ก่อนหน้านี้ได้รับการคาดหมายจากนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ ว่า จะได้เข้าคำนวณใน SET50 แน่นอน นั่นคือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS และบริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL โดยทางบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน)  ระบุว่า การที่ JAS และ GL ไม่ติด SET50 ถือว่าเป็น Negative Surprise ซึ่งเป็นการพลิกโผ ส่วนที่พลิกโผเข้ามาและได้อยู่ต่อคือ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน)  หรือ GLOW และบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ BCP
          ขณะที่นักวิเคราะห์ของบล.ทรีนีตี้ จำกัด ระบุว่า นี่เป็นอีกครั้งที่เกณฑ์การคัดเลือกไม่ได้มาจาก Rulebook (กฎ/เกณฑ์) ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งหมด โดยหุ้น JAS ไม่ได้ถูกนำเข้า SET50 และ SET100 ตามที่เรา และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินไว้
          ส่วนตัวอื่นๆ ที่มีประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ GL ที่ทำ Surprise หลุด SET100 ทั้งๆ ที่ระดับ Market cap สามารถที่จะเข้าไปอยู่ใน SET50 ได้ (คำนวณว่า GL มีโอกาสถูกนำเข้าสู่ดัชนี MSCI Standard Index ในปี 2017) และบริษัท ซุปเปอร์บล๊อก จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER ที่ถูกนำเข้าสู่ SET100 เป็นที่เรียบร้อย
          นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี จำกัด (มหาชน) บอกเช่นกันว่า กลุ่มที่น่าสนใจ คือ หุ้นที่เข้าคำนวณ SET50/SET100 รอบใหม่โดยเฉพาะหุ้นที่ได้รับเข้าคำนวณอย่างเหนือความคาดหมายคือ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ KAMART และบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN รวมไปถึงหุ้นที่ยังอยู่ต่อและไม่ได้ถูกตัดออกอย่างที่ตลาดคาด อาทิ BCP และ GLOW ส่วนหุ้นที่หลุดโผอาจจะมีแรงขายออกมา เช่น JAS และ GL
          แหล่งข่าวจากวงการหลักทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ควรระบุให้แน่ชัดว่า การพิจารณาหุ้นที่จะเข้าคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 นอกเหนือจากเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์การจัดทำดัชนี ทางตลาดฯ ได้มีการพิจารณาเกณฑ์ใดเข้ามาเพิ่มเติมหรือไม่
          “แม้ว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะไม่มีหน้าที่ ที่จะต้องออกมาชี้แจงว่า เพราะเหตุใดหุ้นตัวนั้น ทำไมถึงได้เข้าคำนวณฯ หรือไม่ได้เข้าตามที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ แต่เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของนักวิเคราะห์และนักลงทุน ซึ่งหากมีคำชี้แจงได้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี”
          ขณะที่ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ได้สอบถามไปยังผู้จัดการกองทุนต่างๆ  เกี่ยวกับการเข้าลงทุนใน SET50 และ SET100 ว่ากองทุนไม่จำเป็นที่จะต้องปรับพอร์ตทันทีสำหรับหุ้นที่อยู่ใน SET50 หรือ SET100 ที่หลุดจากการคำนวณดัชนี โดยยังลงทุนต่อไปได้ เพราะเกณฑ์แต่ละกองทุนไม่ได้ถึงกับระบุไว้ว่าจะต้องขายออก
          *JAS แจ้งตัดหุ้นซื้อคืนลดทุน
          นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เปิดเผยว่า จากมติที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 3/2559 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2559 เกี่ยวกับหุ้นที่ซื้อคืนจำนวน 1,200,000,000 หุ้น ขณะนี้บริษัทจะดำเนินการลดทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว โดยการตัดหุ้นจดทะเบียนที่ซื้อคืนและจะดำเนินการลดทุนจดทะเบียนต่อกระทรวงพาณิชย์
          สำหรับจำนวนหุ้นที่ซื้อคืนที่จะนำมาตัดลดทุนชำระแล้วของบริษัท เท่ากับ 1,200,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 16.82% ของทุนชำระแล้วก่อนลดทุน ดังนั้น ทุนใหม่จะกลายเป็น 5,936,957,115 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท มูลค่ารวม 2,968,478,557.50 บาท จากทุนเดิม 7,136,957,115 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท มูลค่ารวม 3,568,478,557.50 บาท
          ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า โครงการซื้อหุ้นคืนจำนวน 1,200 ล้านหุ้น ของ JAS ทางบริษัทได้ประกาศออกมาในช่วงเดือน มี.ค.2559 พร้อมกับกำหนดวงเงินซื้อหุ้นคืนทั้งสิ้น 6,000 ล้านบาท ภายในราคาเสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไปจำนวน 5 บาทต่อหุ้น โดยเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาในช่วงวันที่ 29 เม.ย.2559 ที่ผ่านมา
          โดยหลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้อนุมัติแผนการซื้อหุ้นคืน 1,200 ล้านหุ้น ต่อมาในช่วงวันที่ 13 มิ.ย.2559 ทางบริษัทสามารถดำเนินการซื้อหุ้นคืนได้สำเร็จครบทั้งจำนวน 1,200 ล้านหุ้น ที่ระดับราคา 5 บาทต่อหุ้น และคิดเป็นมูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท
          จากนั้นในช่วงปลายเดือน พ.ย.2559 ที่ผ่านมา ทางบริษัทได้ประกาศแจ้งกำหนดระยะเวลาจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน 1,200 ล้านหุ้น ภายในช่วงวันที่ 14-16 ธ.ค.2559 ซึ่งหลังจากผ่านช่วงจำหน่ายหุ้นแล้ว ทางบริษัทยังไม่ได้มีการขายหุ้นออกมา ซึ่งล่าสุดในวานนี้จึงได้ประกาศนำหุ้นซื้อคืน 1,200 ล้านหุ้น มาตัดลดทุนจดทะเบียน
          ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณี JAS แจ้งต่อทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะลดทุนด้วยการตัดจำหน่ายหุ้นที่เคยซื้อคืนจำนวน 1,200 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาทออกไป จะส่งผลให้จำนวนหุ้นจดทะเบียนชำระแล้วลดลงจากเดิม 16.8% เหลือ 5,936 ล้านหุ้น ซึ่งจะทำให้กำไรต่อหุ้น หรือ EPS ในอนาคตเพิ่มขึ้น รวมถึงตัวปันผลในอนาคตจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นเช่นกัน
          *9 ปีซื้อหุ้นคืน 8,500 ล้านบาท
          จากการสำรวจข้อมูลจากเว็บไซต์ SETSMART พบอีกว่า ในช่วงรอบ 9 ปีที่ผ่านมา (2550-2559) ทาง JAS ได้ดำเนินการซื้อคืนไปแล้วถึง 6 ครั้งด้วยกัน และใช้เงินซื้อหุ้นคืนรวมทั้งสิ้นจำนวน 8,500 ล้านบาท ซึ่งหลังจากดำเนินการซื้อหุ้นคืนเสร็จบริษัทได้นำหุ้นไปตัดลดทุนจดทะเบียนทุกครั้ง
          โดยในช่วงรอบ 9 ปีที่ซื้อหุ้นคืน ได้แก่ 1.งวดปี 2550 ซื้อหุ้นคืนมูลค่ารวมเกือบ 300 ล้านบาท 2.งวดปี 2552 ซื้อหุ้นคืนมูลค่ารวม 615 ล้านบาท 3.งวดปี 2553 ซื้อหุ้นคืนมูลค่ารวมเกือบ 300 ล้านบาท 4.งวดปี 2554 ซื้อหุ้นคืนมูลค่ารวมเกือบ 300 ล้านบาท 5.งวดปี 2557 ซื้อหุ้นคืนมูลค่ารวมเกือบ 990 ล้านบาท และ 6.งวดปี 2559 ซื้อหุ้นคืนมูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท
          ขณะที่ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น JAS ล่าสุดในวานนี้ (19 ธ.ค.) ปิดการซื้อขายอยู่ที่ระดับ 8.30 บาท ปรับลดลง 0.30 บาท หรือคิดเป็นลดลง 3.49% เมื่อเทียบราคาปิดก่อนหน้า โดยทำราคาสูงสุดของวันที่ 8.70 บาท ต่ำสุดของวันที่ 8.30 บาท และมีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 880 ล้านบาท