พิชญ์อู้ฟู่640ล้านปันผลJAS ลือ!TRUEเจรจาซื้อDTAC 

Published on 2016-11-11   By ข่าวหุ้น

  ลือ!TRUEเจรจาซื้อDTAC

          “พิชญ์” เป๋าตุงฟาดเงินปันผล JAS ทะลัก 640 ล้านบาท หลังบอร์ดไฟเขียวปันผล 15 สตางค์ รีดจากกำไรสะสมรวม 890 ล้านบาท จ่อขึ้น XD ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ ฟากงบไตรมาส 3 กำไรพุ่ง 967 ล้านบาท โชว์ลูกค้า 3BB พุ่ง 2.34 ล้านรายด้าน DTAC ราคาหุ้นวิ่งแรงรับข่าวลือ TRUE เจรจาซื้อหุ้น

          นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทงวดวันที่ 10 พ.ย.59 ได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของบริษัท จากกำไรสะสม ณ วันที่ 30 ก.ย.59 ในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญทั้งหมด จำนวน 5,936,957,115 หุ้น (หักหุ้นซื้อคืน 1,200 ล้านหุ้น) จะคิดเป็นการจ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 890,543,567 บาท

          โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ภายในวันที่ 22 พ.ย.59 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date)             วันที่ 24 พ.ย.59 วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล ตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ วันที่ 25 พ.ย.59 พร้อมกับจ่ายปันผลวันที่ 9 ธ.ค.59

          ขณะที่ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/59 ทางบริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 967 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ทำกำไรสุทธิ 882 ล้านบาท โดยงวดไตรมาส 3/59 ทางบริษัทมีรายได้รวมจำนวน 3,994 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 8% จากช่วงปีก่อนที่ทำได้จำนวน 3,703 ล้านบาท

          ทั้งนี้ รายได้ส่วนใหญ่มาจากบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTTBB ซึ่งในไตรมาสนี้ ลูกค้าที่ใช้บริการของบริษัท ทริปเปิลที บอร์ดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3BB มีจำนวนเพิ่มขึ้นสุทธิ (Net additional Subscriber) จำนวน 121,770 ราย จำนวนลูกค้าที่ใช้บริการ 3BB ณ สิ้นไตรมาส 3/59 อยู่ที่ 2.345 ล้านราย

          สำหรับกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่จำนวน 609 ล้านบาท ลดลงจากช่วงปีก่อนที่ทำได้ 786 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมรายการกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนสุทธิจำนวน 370 ล้านบาท จากการส่งมอบทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงให้กับกองทุนในระหว่างไตรมาส 3/59 นอกจากนี้ ยังมีกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 53 ล้านบาท และมีการสำรองหนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญของ 3BB จำนวน 61 ล้านบาท สำรองประมาณการหนี้สินตามแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท จำนวน 3 ล้านบาท

          ดังนั้น ทางบริษัทจึงมีกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 จะอยู่ที่ระดับ 967 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 10% จากช่วงปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 882 ล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2559 ทางบริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 2,075 ล้านบาท ปรับลดลงจากช่วงปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 14,660 ล้านบาท

          ด้านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทุน มีผลประกอบการดังนี้ มีรายได้รวมไตรมาส 3/59 จำนวน 1,381 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% จากช่วงปีก่อน ด้านรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 1,299 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงปีก่อน มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ณ วันที่ 30 ก.ย.59 เท่ากับ 56,589 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.2889 บาทต่อหน่วย

          : “พิชญ์” ฟาดเงินปันผล 640 ล้าน

          จากการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า ล่าสุด นายพิชญ์ โพธารามิก ในฐานะผู้ทำเทนเดอร์ฯ หุ้น JAS มีหุ้นสามัญรวมทั้งสิ้น 4,295,246,452 หุ้น หรือคิดเป็น 72.35% แบ่งเป็น จำนวนหุ้นเดิมที่มีอยู่ 3,970,346,270 หุ้น หรือคิดเป็น 66.88% และอีกจำนวน 324,900,182 หุ้น หรือคิดเป็น 5.47% มาจากผู้ตอบรับการเทนเดอร์ฯ

          ดังนั้น จากกรณีที่บริษัทประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลจำนวน 0.15 บาท จะเท่ากับนายพิชญ์จะได้รับเงินปันผลไปถึงประมาณ 640 ล้านบาท สำหรับเงินปันผลระหว่างกาล 0.15 บาท จะคิดเป็นดิวิเดนด์ยีลด์รวม 1.62% เมื่อเทียบกับราคาหุ้นในกระดานล่าสุดวานนี้ (10 พ.ย.59) ที่ระดับ 9.25 บาท

          :เทนเดอร์ฯ JAS แม่-ลูกได้แค่ 5%

          นางสาวสายใจ คีตสิน รองกรรมการผู้จัดการ และเลขานุการคณะกรรมการ JAS เปิดเผยว่า จากกรณีนายพิชญ์ ในฐานะผู้ทำเสนอซื้อหุ้น JAS โดยผลการทำเทนเดอร์ฯ ออกมาดังนี้ 1.กรณีเสนอซื้อหุ้นสามัญ (JAS) จำนวนรวม 1,966,610,845 หุ้น คิดเป็น 33.12% เมื่อเทียบกับจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด ปรากฏมีผู้แสงเจตนาขายและมีหุ้นที่รับซื้อไว้ทั้งสิ้น 324,900,182 หุ้น หรือคิดเป็น 5.47% ทั้งนี้ จำนวนหุ้นที่นายพิชญ์มีอยู่ก่อนทำเทนเดอร์ฯ มีทั้งสิ้น 3,970,346,270 หุ้น คิดเป็น 66.88% ส่งผลให้หลังทำเทนเดอร์ฯ มีหุ้นรวมเป็น 4,295,246,452 หุ้น หรือคิดเป็น 72.35%

          2.กรณีการเสนอซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 3 หรือ JAS-W3 มีจำนวน 1,618,491,929 หน่วย หรือคิดเป็น 30.01% เมื่อเทียบกับจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยมีผู้แสดงเจตนาขายและมีหลักทรัพย์ที่รับซื้อไว้ 315,308,114 หน่วย หรือคิดเป็น 5.85% ทั้งนี้ นายพิชญ์มีหลักทรัพย์ที่ถืออยู่ก่อนทำเทนเดอร์ฯ จำนวน 1,667,987,643 หน่วย หรือคิดเป็น 30.93% ส่งผลให้หลังทำเทนเดอร์ฯ มีวอร์แรนต์รวมเป็น 1,983,295,757 หน่วย มีจำนวนหุ้นรองรับ 2,183,608,628 หุ้น หรือคิดเป็น 36.78%

          :TRUE พลิกขาดทุน 2.7 พันล้าน

          นายวิลเลี่ยม แฮริส หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/59 มีขาดทุนสุทธิรวม 2,753 ล้านบาท ปรับลดลงจากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,050 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรกของปี 2559 มีขาดทุนสุทธิรวม 1,156 ล้านบาท ปรับลดลงจากช่วงปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,013 ล้านบาท

          ทั้งนี้ กลุ่มทรูมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทจำนวน 2,753 ล้านบาท เป็นผลจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายโครงข่ายและการให้บริการให้ครอบคลุมประชากรทั่วประเทศ รวมถึงการรับรู้ค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ 900 MHz เต็มไตรมาส

          อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้บริการโดยรวมของกลุ่มทรูเพิ่มสูงถึง 22,566 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 19.8% เมื่อเทียบกับช่วงปีก่อนที่ทำได้ 18,830 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ จากฐานลูกค้าและการใช้งานโมบายล์อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ EBITDA เติบโตแข็งแกร่งเป็น 6,439 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% จากช่วงปีก่อนที่ได้  4,203 ล้านบาท

          *DTAC วิ่งแรงลือ TRUE ซื้อหุ้น

          ด้านแหล่งข่าวจากวงการเงิน เปิดเผยว่า กรณีที่ราคาหุ้นบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงกว่า 5% ในวานนี้ เพราะมีกระแสข่าวลือโอเปอเรเตอร์รายอื่นจะเข้าซื้อหุ้น DTAC โดยเฉพาะบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE  ลือว่าอยู่ระหว่างเข้าเจรจา จนส่งผลให้ราคาหุ้น DTAC ปรับขึ้นแรง และมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น

          อย่างไรก็ตาม โอเปอเรเตอร์ในตลาดที่มีโอกาสที่จะเข้ามาซื้อหุ้น DTAC มีอยู่ 2 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และ TRUE ซึ่งกระแสข่าวลือนี้ถือเป็นเรื่องเดิมที่เคยมีออกมาแล้ว และในช่วงที่ผ่านมาทางโอเปอเรเตอร์รายอื่นเคยออกปฏิเสธซื้อหุ้น DATC ว่าไม่เป็นความจริง ขณะที่ทิศทางผลการดำเนินงานงวดปี 2559 ของ DTAC ยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว และยังต้องลุ้นการฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงปี 2560

          ส่วนหุ้น TRUE ที่มีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่นเป็นในช่วงรอบ 2-3 วันทำการที่ผ่านมา เป็นเพราะมีกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่เริ่มเข้ามาเก็บหุ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมายังปรับลดลงไปต่ำมากแล้วพอสมควร และมองทิศทางผลการดำเนินงานของ TRUE จะเริ่มทยอยดีขึ้นตามลำดับ ส่วนงบไตรมาส 3/59 ที่แจ้งขาดทุน  2,753 ล้านบาท ถือว่าเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องจากในขณะนี้ทาง TRUE ต้องบันทึกต้นทุนการขยายโครงข่ายและค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตคลื่น 900 MHz เต็มไตรมาส จนกดดันให้บริษัทขาดทุน

          ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้น DTAC วานนี้ ได้ปิดการซื้อขายที่ระดับ 35.75 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 2 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 5.93% เมื่อเทียบราคาปิดก่อนหน้า มีมูลค่าการซื้อขายรวม 1,926 ล้านบาท ส่วน TRUE ปิดการซื้อขายที่ 7.60 บาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลง มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 5,390 ล้านบาท โดยในช่วง 4 วันทำการล่าสุด (7-10 พ.ย.59) ราคาหุ้น TRUE ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาติดต่อกันแล้วถึง 13% เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวันที่ 4พ.ย.59 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 6.65 บาท