"ไอ้โม่ง"ลากJASแม่-ลูก วอลุ่มโป่งเฉียด4พันล้าน วงการชี้"ขาใหญ่"อินไซด์ก่อนเทนเดอร์จบ 

Published on 2016-10-28   By ข่าวหุ้น

    วอลุ่มโป่งเฉียด4พันล้าน

          วงการชี้ “ขาใหญ่” อินไซด์ก่อนเทนเดอร์จบ

          “ไอ้โม่ง” ลากสนั่น! ดันราคา JAS แม่-ลูกพุ่งแรง เกินราคาตั้งโต๊ะเทนเดอร์ฯ ลากหุ้น JAS เพิ่มเกือบ 10% ส่วน JAS-W3 วิ่งขึ้น 27% วอลุ่มโป่งเฉียด 4 พันล้าน วงการชี้งานนี้ “ขาใหญ่” ได้ข้อมูลอินไซด์ดักซื้อเก็บก่อนเทนเดอร์ฯจบ จับตา JAS อาจจะมีเซอร์ไพรส์ปันผลพิเศษ หรือเกิดดีลใหญ่

          แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุน เปิดเผยว่า กรณีราคาหุ้นบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS และใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 3 หรือ JAS-W3 ในวานนี้ (27 ต.ค.) ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับสูงกว่าราคาเทนเดอร์ฯเป็นอย่างมาก น่าจะเป็นเพราะทางผู้เข้าซื้อหุ้นอาจได้รับรู้ข้อมูลภายใน (อินไซเดอร์) บางอย่างของ JAS ถึงได้เข้ามาดักเก็บหุ้นเข้าพอร์ตตุนไว้ก่อน เช่น อาจจะมีการประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษในช่วงที่ใกล้แจ้งผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 3/59 และงวด 9 เดือนแรกปีนี้ของ JAS ออกมา หรืออาจจะเกิดดีลใหญ่หรือการทำรายการอะไรบางอย่างของ JAS ออกมาภายในช่วงปีนี้

          โดยการเคลื่อนไหวของหุ้น JAS วานนี้ ถือว่ามีความผิดปกติไปจากในช่วงที่ผ่านมา และมีความเป็นไปได้ที่นักลงทุนที่เข้ามาซื้อนั้นจะต้องไปรู้ข้อมูลภายในบางอย่างจึงกล้าที่จะเข้ามาซื้อในราคาสูงกว่าการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ ที่กำหนดราคาหุ้นแม่ (JAS) ไว้ที่ระดับ 7.25 บาท และ JAS-W3 ที่กำหนดเทนเดอร์ฯอยู่ที่ 3.68 บาท อีกทั้งในภาวะปกติที่มีการทำเทนเดอร์ฯราคาหุ้นจะไม่เคลื่อนไหวแรงในลักษณะเช่นนี้

          “หุ้น JAS มีมูลค่าซื้อขายกว่า 2.5 พันล้านบาท แต่เมื่อบวกลบกันแล้ว มียอดซื้อสุทธิ 760 ล้านบาท ส่วนหุ้น JAS-W3 มีมูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 1.28 พันล้านบาท หักลบแล้วคงเหลือยอดซื้อสุทธิ 300 ล้านบาท นั่นเท่ากับว่ามีการซื้อหุ้นทั้ง 2 ตัวนี้กลับไปบ้านกว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งน่าจะมีแต่รายใหญ่เท่านั้น ที่ทำแบบนี้ได้” แหล่งข่าวฯ กล่าว

          ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการเงินอีกราย ระบุว่า ราคาหุ้น JAS และ JAS-W3 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง ยังไม่มีปัจจัยบวกอะไรใหม่เข้ามาผลักดันหุ้นทั้งสิ้น นอกจากกรณีการประกาศทำเทนเดอร์ฯหุ้น JAS และ JAS-W3 ซึ่งได้เริ่มต้นการเทนเดอร์ฯไปตั้งแต่ปลายเดือน ก.ย.นี้ และมีกำหนดสิ้นสุดลงภายในวันที่ 3 พ.ย.59

          ดังนั้น การทำรายการเข้าซื้อขายหุ้นจนผลักดันให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นได้แรงขนาดนี้ น่าจะเป็นการเข้าเก็บหุ้นของนักลงทุนรายใหญ่หรืออาจเป็นทางกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของ JAS ที่อาจเข้ามาซื้อหุ้นในกระดานโดยตรง จนสามารถผลักดันให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงเหนือระดับราคาเทนเดอร์ฯได้

          โดยหากย้อนติดตามถึงความเคลื่อนไหวราคาหุ้น JAS และ JAS-W3 ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ก่อนที่จะวิ่งขึ้นแรงในวานนี้ ราคาหุ้นแม่ JAS เคลื่อนไหวอยู่ที่ 7.20-7.25 บาท เป็นหลัก ส่วน JAS-W3 อยู่แถว 3.66-3.68 บาท ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับราคาเทนเดอร์ฯ และไม่น่าจูงใจให้ตอบรับคำเสนอซื้อหุ้น

          อย่างไรก็ตาม หลังจากราคาหุ้น JAS และ JAS-W3 ปรับขึ้นมาแรง จึงแนะนำให้นักลงทุนที่มีหุ้นสามัญและวอร์แรนต์ในมือ “ขายทำกำไร” เพราะราคาในปัจจุบันถือว่าเป็นจุดที่อยู่สูงกว่าระดับเทนเดอร์ฯหุ้นแล้ว และยังไม่มีปัจจัยบ่งชี้ชัดเจนว่า หุ้น JAS และ JAS-W3 ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาด้วยเหตุผลใด

          “หุ้น JAS และ JAS-W3 ปรับตัวขึ้นมาแรงแบบผิดปกติมาก การที่ราคาหุ้นจะวิ่งขึ้นได้ขนาดนี้คงเป็นการทำรายการของนักลงทุนรายใหญ่ หรืออาจเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เข้ามาซื้อหุ้นในกระดานโดยตรง สำหรับนักลงทุนที่มีหุ้นอยู่เราแนะนำให้ขายทำกำไรได้เลย เพราะราคาวิ่งขึ้นมาสูงกว่าจุดเทนเดอร์ฯมากแล้ว” แหล่งข่าวฯ กล่าว

          ทั้งนี้ จากการสำรวจความเคลื่อนไหวราคาหุ้น JAS และ JAS-W3 ในวานนี้ พบว่า ช่วงภาคเช้าหุ้น JAS ได้เปิดการซื้อขายอยู่ที่ระดับ 7.25 บาท จากนั้นเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 7.20-7.25 บาท ตลอดการซื้อขายภาคเช้า พร้อมกับปิดการซื้อขายภาคเช้าอยู่ที่ระดับ 7.20 บาท

          ขณะที่เปิดตลาดภาคบ่ายหุ้น JAS ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ที่ 7.20-7.25 บาท จนเข้าสู่ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. หุ้น JAS ได้เพิ่มขึ้นแรง และได้รับแรงซื้อขายเข้ามาหนาแน่นผิดปกติ จนผลักดันให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดไปอยู่ที่ 7.70 บาท และขึ้นไปทำราคาสูงสุดของวันที่ 7.95 บาท ในช่วงก่อนปิดตลาด

          โดยสุดท้ายแล้วหุ้น JAS ปิดการซื้อขายที่ระดับ 7.95 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 0.70 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 9.66% เมื่อเทียบราคาปิดก่อนหน้า มีมูลค่าการซื้อขายรวม 2,517 ล้านบาท ส่วน JAS-W3 ได้ทำราคาเปิดที่ 3.68 บาท และได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงทำจุดสูงสุดของวันและปิดตลาดที่ 4.70 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 1.02 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 27.72% เมื่อเทียบราคาปิดก่อนหน้า มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 1,280 ล้านบาท

          นอกจากนี้ จากการสำรวจมูลค่าการซื้อขายย้อนหลังยังพบอีกว่า หุ้น JAS ตั้งแต่เริ่มทำเทนเดอร์ฯในช่วงวันที่ 29 พ.ย.-27ต.ค.59 ได้มีมูลค่าการซื้อขายต่อวันเฉลี่ยประมาณ 375 ล้านบาท ขณะที่วานนี้ได้มีมูลค่าซื้อขายถึง 2,517 ล้านบาท จึงเท่ากับมากกว่าปกติถึง 571% ส่วน JAS-W3 มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 125 ล้านบาท ส่วนในวานนี้มีมูลค่าซื้อขายรวม 1,280 ล้านบาท เท่ากับมากกว่าภาวะปกติ 924%