โบรกฯอัพJASIFราคา13.50บาท ยีลด์ยังสูง8.5% 

Published on 2016-07-26   By ข่าวหุ้น

 ราคา13.50บาท

          ยีลด์ยังสูง8.5%

          โบรกฯต่างปรับราคาเป้าหมายของ JASIF มองจะได้รับประโยชน์จากการปรับอัตราค่าเช่าเพิ่มทุกปี เผยผลตอบแทนปีนี้ยังสูง 8.5% พร้อมขยับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 13.50 บาท ส่วนเดือนส.ค.นี้เตรียมปันผลงวดที่ 2 ของปีนี้

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น JASIF หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน ราคาได้ปรับขึ้นมาต่อเนื่องนับจากช่วงกลางปีที่ผ่านมา หรือจากระดับ 9.30 บาท มาถึงล่าสุดวานนี้ปิดระดับ 11.40 บาท  เพิ่มขึ้น  22-23%

          บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่าด้วยการคาดว่า JASIF มีโอกาสในการเพิ่มสินทรัพย์เข้ากองทุนในปี 2561 ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าหุ้นตามวิธี DCF ที่ 16% ส่วนต้นทุนต่อหน่วยของผู้ใช้ Jasmine อยู่ที่ 100-200 บาท ทำให้ความเสี่ยงเรื่องการต่อสัญญาปรับลดลง

          ทั้งนี้ บล.ซีไอเอ็มบีฯ ได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติในปี 2560-2561 ลง 0.2-0.4% เพื่อสะท้อนการลดลงของสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อ

          อย่างไรก็ดี ได้มีการปรับราคาเป้าหมายขึ้น 23% จากการเอา Discount Rate 15% ที่เกิดจากการประมูล 4G ออกจากประมาณการ จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 13.50  บาท หุ้นมีอัพไซด์เกือบ 20%

          ทางด้าน บล.ดีบีเอสฯ ระบุเช่นกันว่า JASIF ถือเป็นหลักทรัพย์ที่มีการจ่ายปันผลดีเยี่ยม

          โดยกองทุนฯ JASIF จัดตั้งเมื่อ 10 ก.พ. 2558 บริหารโครงข่ายใยแก้วนำแสง 800 k core Km. ด้วยสัญญา Sales-and-lease back กับผู้เช่าหลักของ JASIF คือ Triple T Broadband (TTB) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการบรอดแบนด์แบบ Fix ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไทย ได้ทำสัญญาเช่า 100% จนถึง 22 ก.พ. 2569 สำหรับค่าเช่ามีโอกาสปรับขึ้นได้ตามดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทย

          รายได้มีความมั่นคงสูง ด้วยเงื่อนไขข้างต้น และอัตราการจ่ายปันผล (payout ratio) ที่ 90% ยังเหลืออายุตามสัญญาได้อีกประมาณ 10 ปี เราคาดว่าอัตราการเติบโตกำไรจากการลงทุนปีนี้และปีหน้าอยู่ในระดับที่ดีเป็น 25% และ 6% ตามลำดับ

          คงคำแนะนำ ซื้อ และได้ปรับเพิ่มราคาพื้นฐานใหม่เป็น 12.20 บาท ด้วย WACC 9.1% มีการปรับเพิ่มอัตราค่าเช่าตั้งแต่ปี 2561 เป็น 2.5% จากเดิมที่ 1.5% และ Beta ที่ใช้นั้นต่ำลงด้วย ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 7% ผนวกกับคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปีนี้และปีหน้าที่ 8.5%

          นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด ระบุว่า JASIF ราคาโดดเด่นในรอบนี้เป็นผลมาจากการได้รับปัจจัยอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดอยู่ในระดับต่ำมาก ส่งผลให้มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าลงทุนในหุ้น JASIF เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาหุ้น JASIF ขยับขึ้นมาเห็นที่ระดับ 11 บาท

          ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามาลงทุนจำนวนมากในครั้งนี้ นอกจากอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดอยู่ในระดับต่ำแล้ว อัตราการจ่ายเงินปันผลของ JASIF ก็อยู่ระดับสูง และยังจ่ายปันผลสูงที่สุดของอุตสาหกรรมกองทุนอินฟราฯ ด้วยอัตราที่ 8.4% สำหรับปีนี้ และ 9% สำหรับปี 2560 ขณะที่อัตราการจ่ายเงินปันผลปีนี้ของอุตสาหกรรมเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6% เท่านั้น

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ JASIF ได้จ่ายเงินปันผลครั้งที่ 5 จากผลการดำเนินงานระหว่าง 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2559 ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.22 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,210 ล้านบาท เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2559

          ส่วนปีที่ผ่านมา JASIF สามารถจ่ายเงินปันผลได้ทุกไตรมาสรวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง รวมเป็นเงินหน่วยละ 0.74 บาท และยังได้จ่ายเงินลดทุนคืนแก่นักลงทุนอีกหน่วยละ 0.0838 บาท หากคิดจากราคาเสนอขายที่ 10 บาท นักลงทุนได้อัตราผลตอบแทนทั้งปี (Annualized Yield) ราว 9.25%