สบช่องแนะเก็บหุ้นJAS JASIFกลับมาติดปีกบิน

Published on 2016-06-13   By ข่าวหุ้น
 JAS ซื้อหุ้นคืนแล้วเสร็จเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คาดไร้ปัญหา ส่วนราคาปรับลงอีก โบรกฯแนะเป็นจังหวะเข้า “ซื้อ” พื้นฐานยังดี ราคามีอัพไซด์ 26% ส่วนหุ้นลูก JASIF กลับมาผงาดอีกครั้ง ราคาปิด 10.00 บาท แนะรับซื้อ ก่อนปันผล ผลประกอบการไตรมาส 2 ยีลด์เกือบ 10%
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายที่ JAS หรือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้ทำการขอรับซื้อหุ้นคืน ที่ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2559 ถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2559 โดยราคาที่เสนอซื้อคืนนั้นอยู่ที่ 5.00 บาทต่อหุ้น และเป็นราคาที่อ้างอิงจากราคาเฉลี่ยย้อนหลังระหว่างวันที่ 6 มีนาคม 2558 ถึงวันที่ 4 มีนาคม 2559 ซึ่งอยู่ที่ 5.01 บาทต่อหุ้น
          นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ มองว่า กระบวนการซื้อขายหุ้นของ JAS ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และน่าจะได้หุ้นตามเป้าที่กำหนดไว้ โดย JAS ได้เตรียมเงินขอซื้อหุ้นคืนไว้ทั้งหมด 6,000 ล้านบาท และจำนวนหุนที่จะซื้อคืน 1,200 ล้านหุ้น จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนคิดเป็นร้อยละ 16.82 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ JAS
          ทั้งนี้ การซื้อหุ้นคืนของ JAS นั้น จะทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลต่อหุ้นสูงขึ้น เนื่องจากหุ้นที่ JAS ซื้อคืนจะไม่มีสิทธิในการรับเงินปันผล และจะทำให้อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสูงขึ้นด้วย
          ส่วนผลที่มีต่อ JAS นั้นก็คือจะมีสินทรัพย์สภาพคล่องและมูลค่าทางบัญชีของส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง และหาก JAS ดำเนินการซื้อหุ้นคืนได้ครบตามวงเงินที่ได้ระบุไว้ทั้งหมด จำนวน 6,000 ล้านบาท เมื่อสิ้นสุดโครงการการซื้อหุ้นคืนจะทำให้มีสินทรัพย์สภาพคล่องและมูลค่าทางบัญชีของส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง เป็นจำนวน 6,000 ล้านบาท
          สำหรับกำหนดระยะเวลา จำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2559 หรือ JAS สามารถดำเนินการได้เมื่อพ้นกำหนด 6 เดือนนับแต่การซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้แล้วเสร็จ
          ส่วนราคาหุ้นของ JAS เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ปรับลง 0.08 บาท ปิดที่ 4.60 บาทต่อหุ้น มูลค่าการซื้อขาย 501 ล้านบาท
          นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินทุนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า  ราคาหุ้นของ JAS ที่ปรับลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 มิ.ย.) เป็นผลมาจากกระบวนการ การขอซื้อหุ้นได้สิ้นสุดลง แต่อย่างไรก็ดี ในแง่ของพื้นฐานหุ้นนั้นไม่ได้เปลี่ยน และเป็นโอกาสดีที่จะเข้าซื้อหุ้น JAS
          บล.กสิกรไทย ระบุว่า ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำ JAS เป็น "ซื้อ" จาก ถือ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ 5.80 บาท เนื่องจากหักเงินชดเชยมูลค่า -1.90 บาท/หุ้น ออกจากการประเมินมูลค่าของ JAS หลังจากที่ กสทช. มีแนวโน้มจะเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมจาก JAS อีก 199 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าที่คาดไว้เดิมอย่างมาก ซึ่งจะช่วยลดความกังวลต่อการอ่อนแอของงบดุลในระยะยาว
          ทางด้าน บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า ได้ประเมินราคาเป้าหมายใหม่ของ JAS ที่ 5.70 บาท จากเดิม 5.60 บาท หลังรวมผลจากการซื้อหุ้นคืนเต็มจำนวน 1,200 ล้านหุ้น  คิดเป็น 16.82% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด หักเงินที่ซื้อคืนไม่เกิน 6,000 ล้านบาท และค่าปรับส่วนเพิ่ม 199.42 ล้านบาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”
          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ JASIF หรือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน ราคาหุ้นได้เคลื่อนไหวอย่างน่าสนใจ โดยราคาได้ปรับขึ้นมาบวก 0.05 บาท ปิดที่ 10.00 บาท โดยราคาได้ขึ้นมาปิดระดับ 10.00 บาท เป็นครั้งที่สองนับจากปลายเดือนธันวาคม 2558
          บล.บัวหลวง ระบุว่า อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของ JASIF อยู่ที่ 9.7% ในปี 2559 และ 10.4% ในปี 2560 ถือว่าน่าสนใจลงทุนอย่างมากและสูงกว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยในกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 6% อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยในระยะยาวของ JASIF ในช่วงปี 2559-2568 อยู่ที่ 11.1%
          โดยยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 12.25 บาทต่อหุ้น
          บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส มองเช่นกันว่า  ผู้เช่าโครงข่ายใยแก้วนำแสงหลักของ JASIF คือ Triple T Broadband (TTB) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการบอร์ดแบนด์แบบ Fix ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไทย ได้ทำสัญญาเช่า 100% จนถึง 22 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับค่าเช่ามีโอกาสปรับขึ้นได้ตามดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทย (เพดานต่ำสุดและสูงสุดอยู่ในช่วง 0-3%)
          ส่วนครองตลาด TTB ในแง่ของจำนวนผู้ใช้บริการได้เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่ 28% เป็น 31% ในปี 2558 และล่าสุด 1Q59 ขยับขึ้นมาเป็น 33% ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ 2.1 ล้านราย
          JASIF เชื่อว่ายังสามารถเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะอัตราการใช้ (Penetration Rate) อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในไทยยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เป็นเพียง 31% ของ 22 ล้านครัวเรือนที่เป็นผู้ใช้บริการ ทางด้าน Media Partners Asia ได้คาดการณ์ว่าอัตราการใช้จะเพิ่มขึ้นเป็น 35% ในปีนี้และ 44% ในปี 2560
          แนวโน้มส่วนเพิ่มในอนาคตมาจากการซื้อสินทรัพย์เพิ่มจาก TTB มาบริหาร เพราะ TTB วางแผนที่จะลงทุนเพิ่มในโครงข่ายฯใหม่อีก 700k core km ในช่วง 2 ปีข้างหน้า
          คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐาน 11.00 บาท คาดการณ์กำไรปีนี้โต 25% ปันผลสูงมาก คาดการณ์อัตราผลตอบแทนเป็น 10% ทั้งปีนี้และปีหน้า รวมทั้งแหล่งที่มารายได้มีความมั่นคงไปอีกมากกว่า 10 ปี
          อนึ่ง ในปี 2558 ซึ่งเป็นปีแรกของการก่อตั้งกองทุน JASIF มูลค่า 5.5 หมื่นล้านบาท แม้ภาวะเศรษฐกิจจะผันผวน แต่ JASIF จ่ายเงินปันผลได้ทุกไตรมาสรวม 4 ครั้งรวมเป็นเงินหน่วยละ 0.74 บาท และยังได้จ่ายเงินลดทุนคืนแก่นักลงทุนอีกหน่วยละ 0.0838 บาท หากคิดจากราคาเสนอขายที่ 10 บาท นักลงทุนได้อัตราผลตอบแทนทั้งปี (Annualized Yield) ราว 9.25%
          ในไตรมาส 1/2559 JASIF มีรายได้รวม 1,316.89 ล้านบาท เพิ่มจากไตรมาสก่อน 2.6% และมีรายได้จากลงทุนสุทธิในไตรมาสเดียวกัน 1,239.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 4.0% สำหรับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2559 เท่ากับ 56,437.72 ล้านบาท คิดเป็น 10.2614 บาทต่อหน่วย
          JASIF ยังกำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 5 จากผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 31 มีนาคม 2559 ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.22 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,210 ล้านบาท โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อกำหนดสิทธิรับเงินปันผลวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
          สำหรับไตรมาส 2/59 คาดว่า JASIF จะมีการจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 6 โดยจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ และคาดว่าจะดำเนินการจ่ายได้ตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้