JASIF ยังแข็งแกร่งเป้าราคา 12.25 บาท

Published on 2016-06-06   By ทันหุ้น
 ณ ตอนนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า การที่บริษัทแจ๊ส โมบายบรอดแบนด์ (JMBB) ได้ทำการทิ้งใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์จะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจปัจจุบันรวมถึงธุรกิจในอนาคตของ JAS และ บริษัทย่อย (ซึ่งรวมถึงใบอนุญาตของ TTTBB และ MONO ด้วย) ดังนั้นจึงเป็นการขจัด ความวิตกกังวลในประเด็นที่ว่าใบอนุญาตของ TTTBB จะถูกยึดและไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาตของ TTTBB ได้ เราจึงปรับคำแนะนำของ JASIF จาก "ถือ" กลับมาเป็น "ซื้อ" และปรับเปลี่ยนกลับไปใช้ราคาเป้าหมายที่ 12.25 บาท (ตามบทวิเคราะห์วันที่ 31 มี.ค.ภายใต้กรณี A ได้แก่ การไม่มีผลกระทบกับใบอนุญาตประเภทอื่นๆ แต่อย่างใด) อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 9.7% ในปี 2559 และ 10.4% ในปี 2560 ถือว่าน่าสนใจลงทุนอย่างมากและสูงกว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยในกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 6% อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยในระยะยาวของ JASIF ในช่วงปี 2559-68 อยู่ที่ 11.1%
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. กล่าวว่าบอร์ดของกทค.ได้ข้อสรุปตัวเลขค่าความเสียหายจำนวน 199.42 ล้านบาท (นอกเหนือจากการริบเงินค่าประกันจำนวน 644 ล้านบาท) สำหรับ JMBB ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ JAS ที่ชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ล็อตแรกในราคา 75,654 ล้านบาท และท้ายที่สุดตัดสินใจทิ้งใบอนุญาตโดยไม่จ่ายค่าใบอนุญาตงวดแรก (รวมถึงหนังสือค้ำประกันจากธนาคารสำหรับงวดที่เหลือ) JMBB มีเวลาอีก 15 วันจนถึงวันที่ 16 มิ.ย. 2559 เพื่อที่จะชำระเงินจำนวนดังกล่าว มิฉะนั้นขั้นตอนต่อไปจะต้องไปศาล นอกจากนี้แล้ว กทค.ก็ไม่สามารถที่จะยึดใบอนุญาตกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมของ JAS และบริษัทย่อยอื่นๆ ในกลุ่ม (ซึ่งรวมถึง TTTBB และ MONO) เนื่องจากไม่มีข้อกฎหมายใดๆ ของกสทช.ที่จะให้กทค.สามารถเอาผิดกับ JAS หรือบริษัทย่อยของ JAS จากการที่ JMBB ทิ้งใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ได้
          การทิ้งใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ของ JMBB เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจปัจจุบันและอนาคตของ TTTBB ดังนั้นความไม่ชัดเจนและไม่แน่นอนเรื่องความเสี่ยงของการดำเนินธุรกิจหลังใบอนุญาต TTTBB หมดอายุลงในปี 2569 จึงหายไป ส่งผลให้เราทำการปรับสมมติฐานกลับไปใช้ประมาณการทางการเงินที่เป็นกรณีปกติของเราหลังจากปี 2569 เช่นเดิม โดยใช้สมมติฐานว่าจำนวนสายไฟเบอร์ออฟติกที่ให้เช่ายังจะอยู่ที่จำนวน 9.8 แสนคอร์กม.และอัตราค่าเช่าลดลง 30% สำหรับสัญญาปัจจุบันทั้ง 2 สัญญาหลังจากปี 2569 ภายใต้สมมติฐานของอัตราเงินเฟ้อระยะยาวที่ 2.6% ต่อปีและอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 99.5% ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป เราคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยระยะยาวของJASIF จะอยู่ที่ 11.1% แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 9.67% ในปี 2559 ไปเป็น 10.44% ในปี 2560 เนื่องจากการโอนสินทรัพย์สายไฟเบอร์ออฟติกเพิ่มเติม (จาก 9.7 แสนคอร์กม. ณ สิ้นปี 2559 ไปเป็น 9.8 แสนคอร์กม. ณ สิ้นปี 2560) อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลหลังจากปี 2560 จะกลับมาเติบโตในอัตราปกติซึ่งอิงตามสมมติฐานอัตราเงินเฟ้อในระยะยาวของเรา