มอง"แจส"มุมบวก

Published on 2016-04-26   By มติชน

อีกไม่นานได้ระทึกกันอีกกับการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เดินรอบใหม่ ที่ คสช.มีคำสั่งให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการหน้าชนกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดขึ้นในวันที่ 27 พฤษภาคม 
          ขณะนี้มี "เอไอเอส" และ "ทรูมูฟ" ยื่นซื้อซองเรียบร้อยแล้ว ต้องลุ้นดูว่าจะเคาะราคากันสูงแค่ไหน จาก 75,654 ล้านบาท ที่บริษัท แจส โมบาย บอร์ดแบนด์ จำกัด หรือ "แจส" เคยชนะประมูลคราวที่แล้ว แต่เกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิค ที่ "แจส"หาเงินมาจ่ายค่าประมูลไม่ทันตามกำหนด
          โชคชะตาจึงกำหนดให้ "แจส" ยังเป็นได้แค่เจ้าของธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงตามสายเท่านั้น ไม่อาจก้าวไปถึงธุรกิจคลื่น 4จี ไร้สาย 
          พิชญ์ โพธารามิก บิ๊กบอสของ "แจส" ออกมาเผยว่า ตั้งใจจะเป็นค่ายโทรศัพท์มือถือรายที่ 4 ซึ่งเป็นของคนไทย 
          หลังจากชนะประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์คราวที่แล้ว "พิชญ์" คุยกับแบงก์กรุงเทพ และบริษัท หัวเหว่ย ของจีน ใกล้จะลงตัว แต่ต้องสะดุด เมื่อแบงก์กรุงเทพบีบให้ "พิชญ์" และ อดิศัย โพธารามิก ผู้เป็นพ่อ ต้องค้ำประกันส่วนตัว "พิชญ์" ต้องเร่งปรับแผน วิ่งหาสถาบันการเงินรายใหม่ แต่ด้วยเวลาที่กระชั้นชิด จึงไม่ทันเวลาเส้นตายที่ กสทช.กำหนดไว้
          หากเป็นอย่างที่ "พิชญ์" ชี้แจง ก็มีเหตุผลน่ารับฟัง เพราะไม่มีใครบ้าทิ้งเงินที่เป็นหลักประกันการประมูล 644 ล้านบาท ปล่อยให้ "กสทช." ยึดเงินไปต่อหน้าต่อตา แถม "กสทช." ยังเตรียมเรียกค่าเสียหายอื่นๆ เพิ่มเติมอีก และ "พิชญ์" คงไม่บ้าเช่นกันการที่ "แจส" กระโดดลงมาร่วมวงประมูล 4จี คลื่น 900 ก็มีแง่มุมบวกอยู่
          หนึ่ง...ทำให้วงการธุรกิจโทรศัพท์มือถือคึกคักกันมากขึ้น จากมีอยู่แค่ 3 ค่ายเท่านั้น
          ย้อนไปดูการประมูล 3จี เมื่อ 4 ปีก่อน ทั้ง 3 ค่ายได้คลื่นไปทำมาหากินกันเปรมปรีดิ์ แต่รัฐได้รับเงินค่าประมูลแค่ 41,625 ล้านบาท ถัวเฉลี่ยแล้วคลื่นละหมื่นกว่าล้านบาทเท่านั้น 
          แต่เมื่อปลายปีที่แล้ว ที่มีการประมูล 4จี คลื่น 1800 "แจส" ร่วมวงด้วย แม้ว่าจะแพ้ "เอไอเอส" และ "ทรูมูฟ" แต่ "แจส"ก็ช่วยดันราคา 2 ใบอนุญาต พุ่งกระฉูดทะลุถึง 8 หมื่นล้านบาท
          พอมาประมูลคลื่น 900 "แจส" เคาะสู้ราคาไปถึง 75,654 ล้านบาท ส่วนอีกใบอนุญาต "ทรูมูฟ" เคาะที่ 76,298 ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จทั้งคลื่น 1800 และ 900 รัฐได้เงินเข้าคลัง 2.35 แสนล้านบาท 
          แม้จะหักออกไป 7.5 หมื่นล้านบาท จากที่ "แจส" ไม่มาจ่ายเงิน รัฐก็ยังได้เงิน 1.6 แสนล้านบาท มากกว่าประมูล 3จี ถึง 4 เท่าตัว 
          หนึ่ง...กรณี "แจส" ถือว่าได้ทลายกำแพงสถาบันการเงินซึ่งควบคุม "เครดิต" ของบริษัท เข้าร่วมแข่งขันการประมูลงานภาครัฐครั้งแรกของประวัติศาสตร์ โดย "แจส" ทำให้สถาบันการเงินซึ่งคุมเกม "ฮั้ว" ล่มสลาย ทั้งนี้ทั้งนั้น หาก "แจส" เคาะราคาประมูลตาม "เครดิต" ที่สถาบันการเงินกำหนดไว้ ซึ่งเดาว่าไม่น่าจะเกิน 4 หมื่นล้านบาท จะทำให้การประมูล 4จี ทั้งคลื่น 1800 และคลื่น 900 รวม 4 ใบอนุญาต อาจจะได้เงินเข้ารัฐไม่ถึง 1.5 แสนล้านบาทด้วยซ้ำ 
          "แจส" จึงมีส่วนสำคัญที่ช่วยดันมูลค่าคลื่น 4จี พุ่งสูงขึ้นหนึ่ง...ภาครัฐจะได้นำกรณี "แจส" ยกเป็นกรณีตัวอย่างศึกษา เพื่อที่จะทำให้การประมูลต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยสกัดการ "ฮั้ว" ด้วยอย่างเช่น ต้องเพิ่มหลักประกันให้สูงขึ้น เพื่อไม่ให้ทิ้งการประมูลง่ายๆ และให้การประมูลเป็นไปอย่างโปร่งใส ลดการคอร์รัปชั่น
          แม้จะมีเสียงต่อว่าต่อขาน "แจส" กันมากมาย แต่ก็น่าจะมองมุมบวกของ "แจส" ด้วย ทั้งช่วยดันมูลค่าคลื่น 4จี ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการประมูล ทั้งยังทลายกำแพงฮั้วของสถาบันการเงินด้วย และยังเป็นกรณีตัวอย่างที่ภาครัฐศึกษาหามาตรการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
          ที่สำคัญรัฐบาลน่าจะเอาโมเดลการประมูลคลื่น 1800 และ 900 ของ "กสทช." ไปประยุกต์ใช้กับการประมูลโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ที่กำลังจะมีขึ้น จะทำให้การประมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยตัดปัญหา "ฮั้ว" และลด "คอร์รัปชั่น" ได้อย่างดี
--จบ--