หุ้นสื่อสารแชมป์จ่ายปันผลสูงสุด"จัสมิน"ครองอันดับ1ปี2558ให้ผลตอบแทน43%

Published on 2016-04-25   By กรุงเทพธุรกิจ

นักวิเคราะห์คาดปีนี้ ส่อแววอืดเพราะโหมลงทุน สำรวจพบหุ้นกลุ่มสื่อสารจ่ายปันผลสูงสุด ในงวดผลประกอบการปี 2558 ขณะที่ "จัสมิน" จ่ายผลตอบแทนอันดับหนึ่งที่ระดับ 43% ด้านนักวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มการจ่ายปันผล กลุ่มสื่อสารในปีนี้อาจลดลงเหตุบริษัทส่วนใหญ่ โหมลงทุนก้อนโต
          การลงทุนในตลาดหุ้นนั้น รูปแบบของ ผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) และผลตอบแทนส่วนต่างราคาหุ้น (Capital gain) ซึ่งผลตอบแทนจากการลงทุนทั้ง 2 รูปแบบนี้ บางครั้งอาจจะสวนทางกันอยู่บ้าง เพราะในยามที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสูงมาก ผลตอบแทนจากเงินปันผลก็อาจจะต่ำลงไปตาม หากผลกำไรเติบโตไม่ทัน
          สถิติหุ้นที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงสุดเมื่อปี 2558 (ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ ณ วันที่ 21 เม.ย.) คือ จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) อยู่ที่ 43.11% โดยมีเงินปันผลรวม 1.90 บาท แต่ในจำนวนนี้เป็นการจ่ายปันผลจากกำไร จากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน 1.40 บาท หากตัดเงินปันผลส่วนนี้ออกไป อัตราเงินปันผลตอบแทนของบริษัทจะอยู่ที่ราว 9.21%
          ขณะที่ เจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ (JSP) มีอัตราเงินปันผลสูงรองลงมาอยู่ที่ 15.32% โดยมีเงินปันผลรวม 0.19 บาท โดยเกิดจากการจ่ายปันผลระหว่างกาลออกมา 2 ครั้ง ที่ 0.10 บาท และ 0.08 บาท ขณะที่ปี 2557 นั้น บริษัทงดจ่ายเงินปันผลออกมา
          ทั้งนี้ หากพิจารณา 15 อันดับแรก จะพบว่า หุ้นสื่อสารเป็นกลุ่มที่ติดอันดับหุ้นปันผลสูงเข้ามามากที่สุด โดยแอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส (ADVANC) ติดอันดับ 12 ปันผล 8.35% และอินทัช โฮลดิ้งส์ ติดอันดับ 13 ปันผล 8.24%
          นางสาวอรมงคล ตันติธนาธร นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลของกลุ่มสื่อสารในรูปของตัวเงินที่จ่ายออกมาในปีนี้มีโอกาสที่จะลดลงจากปีก่อน โดยหากพิจารณาจาก 3 ผู้เล่นหลัก อย่าง ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ผลประกอบการน่าจะติดลบจากค่าใช้จ่าย การประมูลใบอนุญาต ขณะที่ดีแทค (DTAC) ก็ได้ปรับลดนโยบายปันผลเหลือไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ จากเดิมที่ 80% ของกำไรสุทธิ ส่วนแอดวานซ์ (ADVANC) หากประมูล ใบอนุญาตเข้ามาได้อีก 1 ใบ บริษัทก็อาจจะพิจารณาลดทอนการจ่ายปันผลออกมาได้
          นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ปัจจุบันอัตราเงินปันผลเฉลี่ยของ หุ้นไทยยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงเมื่อ เทียบกับอัตราเงินปันผลของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค โดยคาดการณ์ปีนี้อยู่ที่ระดับ 3.24% สูงเป็นอันดับที่ 4 ในเอเชีย รองจากสิงคโปร์ ไต้หวัน และฮ่องกง เนื่องจากดัชนีของทั้ง 3 ประเทศนั้น underperform ตลาดหุ้นไทยอยู่  ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัทต่างๆ ยังอยู่ในระดับที่ดี
          นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.กสิกรไทย มองว่า อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยยังมีความน่าสนใจอยู่ จากระดับปัจจุบันที่ราว 3% ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากระยะยาวซึ่งต่ำกว่า 1.7% และถึงแม้ว่าดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นมาพอสมควร หรืออาจจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนทำให้อัตรา ผลตอบแทนจากเงินปันผลต่ำกว่า 3% แต่ก็ ยังถือเป็นผลตอบแทนที่น่าสนใจอยู่ดีเมื่อ เทียบกับผลตอบแทนจากการลงทุนอื่นๆ ในขณะนี้ซึ่งให้ผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ