JASIFลอยตัวข่าวJASชงขายกูรูเชียร์เก็บรับปันผลแรง10.9%

Published on 2015-12-24   By ทันหุ้น

  ทันหุ้น - กองทุนบัวหลวง เชื่อมั่น JAS ยังไม่ขายหุ้น JASIF หลังคว้าคลื่น 900 MHZ เข้ามือในราคาแพงลิ่ว เหตุ 1-3 ปีแรกยังติดเงื่อนไขการถือหุ้น ชี้หากต้องมีการลดสัดส่วนการถือหุ้นลงในอนาคตจะเกิดขึ้นในปีที่ 4 ขณะที่ผลประกอบการ JASIF ยังสดใส แถมมีอัตราปันผลสูงถึง 10.9% เชียร์ "ซื้อ" จังหวะราคาอ่อนตัว ปักหมุดราคาเป้าหมาย 12.25 บาทต่อหุ้น
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ กองทุนบัวหลวง เปิดเผยบทวิเคราะห์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF โดยระบุว่า ฝ่ายวิจัยมองว่าตลาดมีความกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับประเด็นที่ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS อาจจะทำการขายหุ้น JASIF เรื่องความสามารถของทริปเปิลทีบรอดแบนด์ (TTTBB) ในการจ่ายค่าเช่าให้กับ JASIF รวมถึงการคาดการณ์ในประเด็นที่ว่า JASIF อาจจะสร้างเสาโทรคมนาคมเป็นของตนเอง
          JASIF-TTTBBB แข็งแกร่ง
          ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า ความกังวลของตลาดในประเด็นที่ว่า JAS จะทำการขาย JASIF ซึ่ง JAS ถืออยู่ 33.33% ใน JASIF นั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจาก JAS อยู่ภายใต้สถานะเงื่อนไขของการต้องถือหุ้น JASIF อย่างน้อย 1/3 (หรือถือในสัดส่วนอย่างน้อย 33.33%) ในช่วงปีที่ 1-3 และอย่างน้อยต้องถือ 19% ในช่วงปีที่ 4-6 และ JAS ยังคงยืนยันที่จะถือหุ้นสัดส่วน 33.33% ใน JASIF ดังนั้นถ้าหากจะมีความเสี่ยงใดก็ตาม ที่จะส่งผลให้ JAS ต้องลดสัดส่วนการถือหุ้นใน JASIF ลงจากเดิมในอนาคต จะต้องเกิดขึ้นในปีที่ 4
          ในส่วนของ TTTBB ฝ่ายวิจัยมองว่ายังมีความสามารถในการจ่ายค่าเช่าสายใยแก้วนำแสง (OFC) เนื่องจาก TTTBB เป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของ JAS โดย JAS ถือหุ้นใน Acumen และ Acumen ถือหุ้นใน TTTBB อีกทอดหนึ่ง ซึ่ง TTTBB เป็นผู้จ่ายค่าเช่าให้กับ JASIF ด้วยตัวเองไม่ใช่ JAS เมื่อ บริษัท แจส โมบายบรอดแบนด์ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทย่อยของ JAS ชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ที่ราคา 7.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งค่อนข้างแพงมาก ตลาดจึงมีความกังวลว่ารายได้ค่าเช่าของ JASIF จะได้รับผล กระทบจากประเด็นดังกล่าว
          โดยในประเด็นนี้ ฝ่ายวิจัยเชื่อมั่นว่าตลาดเข้าใจผิด เพราะมูลหนี้ของแจส โมบายบรอดแบนด์ ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการชนะใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสามารถด้านกระแสเงินสดในการจ่ายค่าเช่าของ TTTBB ให้กับ JASIF แต่อย่างใด และฝ่ายวิจัยประเมินว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิที่แข็งแกร่งของ TTTBB ประมาณ 5-6 พันล้านบาทต่อปี สามารถที่จะจ่ายค่าเช่าให้กับ JASIF ซึ่งคิดเป็นปีละ 5-6 พันล้านต่อปีได้ในช่วงปี 2559-2560
          ไม่สร้างเสาโทรคมนาคมเอง
          อ้างอิงจากเอกสารที่ยื่นให้กับสำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กองทุนโครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถก่อสร้างทรัพย์สินเป็นของตัวเองได้ แต่ได้รับอนุญาตให้สามารถระดมทุนขยายขนาดของกองทุนและเพิ่มสัดส่วนหนี้สินได้ โดยกำหนดสัดส่วนหนี้สินต่อทุนต้องไม่เกิน 3 เท่า เพื่อทำให้กองทุนสามารถซื้อทรัพย์สินจากบุคคลที่ 3 หรือรายอื่นได้
          ดังนั้นความกังวลของตลาดที่ว่า JAS จะสั่งให้ JASIF สร้างเสาโทรคมนาคมด้วยตัวเอง และปล่อยเช่าให้กับแจส โมบายบรอดแบนด์ จึงไม่ถูกต้อง ฝ่ายวิจัยประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่ JASIF จะก่อมูลหนี้เพิ่มขึ้นหรือขยายขนาดกองทุน เพื่อที่จะทำการซื้อเสาโทรคมนาคมของ แจส โมบายบรอดแบนด์ และปล่อยกลับไปให้แจส โมบายบรอดแบนด์ทำการเช่ากลับ แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหน่วยลงทุนซึ่งมีแนวโน้มที่จะอนุมัติถ้าหากว่าอัตราผลตอบแทนนั้นสูงกว่าเดิม
          ปันผลเร้าใจ 10.9%
          ด้านสัญญาเช่ารองซึ่งประกอบด้วย Capacity สายเคเบิลใยแก้วนำแสงจำนวน 20% จะหมดอายุในอีก 3 ปีข้างหน้า และสามารถต่ออายุสัญญาต่อไปได้ทุกๆ 3 ปี ความเสี่ยงจะอยู่ที่การเจรจาต่อรองอัตราค่าเช่าใหม่ให้ลดต่ำลงจากเดิมเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง แต่ฝ่ายวิจัยประเมินว่าความเสี่ยงดังกล่าว ถือว่าระบุอยู่ในเอกสารที่ยื่นให้กับ ก.ล.ต.ตั้งแต่ตอนทำไอพีโอแล้ว
          อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวรวมถึงกระแสเงินสดของ TTTBB ที่แข็งแกร่งยังคงสามารถจ่ายค่าเช่าของ JASIF ได้ ทำให้ฝ่ายวิจัยมองว่า ราคาหน่วย JASIF ในกระดานที่ปรับตัวลดลง ณ ปัจจุบัน ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการเข้า "ซื้อสะสม" ด้วยอัตราผลตอบแทนของเงินปันผลที่น่าสนใจในระดับที่สูงมากถึง 10.9% จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ JASIF