จับตาJASฮุบ2ล้านรายเจาะลูกค้าAIS-DTACหุ้นสื่อสารป่วน TRUE ต้องเพิ่มทุน -DTAC เจอแรงขายหนัก

Published on 2015-12-21   By ข่าวหุ้น

   เจาะลูกค้าAIS-DTAC
          : หุ้นสื่อสารป่วน TRUE ต้องเพิ่มทุน - DTAC แรงเจอขายหนัก
          จับตาน้องใหม่ JAS เขย่าตลาดสื่อสาร หลังคว้าใบอนุญาต 4G คลื่น 900 เป้าหมายเจาะฐานลูกค้าเอไอเอส ประมาณ 2 ล้านราย ที่ค้างท่อจากคลื่น 900 เดิมและฐานลูกค้าบรอดแบนด์เดิม 1.95 ล้านราย ส่วนค่าย TRUE ไม่พ้นต้องเพิ่มทุนเหตุต้องใช้เงินลงทุนสูงมากและกดดันพลิกขาดทุนอีก จับตาหุ้นสื่อสารสารผันผวน เชื่อ DTAC เจอแรงขายหนัก
          วันที่ 19 ธ.ค. 58 ที่ผ่านมา การประมูลใบอนุญาต 4G คลื่นความถี่ 900 MHz จำนวน 2 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 10 MHz ระยะเวลาใบอนุญาต 15 ปี ได้สิ้นสุดลง โดยบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด บริษัทในเครือบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เป็นผู้ชนะประมูลชุดที่ 1 ราคา 75,654 ล้านบาท และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด บริษัทในเครือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เป็นผู้ชนะประมูลชุดที่ 2 ราคา 76,298 ล้านบาท รวมราคาคลื่นความถี่ 2 ชุด สูงถึง 151,952 ล้านบาท
          จากประเด็นดังกล่าววันนี้ (21 ธ.ค.) ผู้ชนะประมูลทั้ง JAS-TRUE และผู้แพ้ประมูล มีความเคลื่อนไหวทันที เริ่มจาก JAS เปิดแถลงข่าวแผนธุรกิจหลังได้ใบอนุญาต 4G คลื่น 900 MHz ช่วงเวลา 10.00 น. ตามด้วย TRUE จัดแถล่งข่าวเวลา 12.00 น. หลังได้ใบอนุญาต 4G คลื่น 1800 MHz และ 900 MHz จากนั้นเวลา 14.00 น. DTAC จัดแถลงข่าวทิศทางธุรกิจหลังพลาดท่าไม่ได้ใบอนุญาต 4G แม้แต่ใบเดียว ส่วนค่าย ADAVANC ยังสงวนท่าทีหลังแถลงการณ์ผ่านเอกสารเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเมินทางกลยุทธ์ทางธุรกิจ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS มีเงื่อนไขแรกคือการเร่งสร้างลูกค้าให้ได้เร็วที่สุด โดยมีเป้าหมายแรกอยู่ที่ฐานลูกค้าบรอดแบนด์เดิมประมาณ 1.95 ล้านราย และเจาะฐานลูกค้าเดิม AIS (ที่ค้างอยู่ในคลื่น 900) ประมาณ 1.9 ล้านราย และฐานลูกค้าจาก DTAC ในระบบเติมเงินที่จะมีการย้ายบางส่วน
          ส่วนเรื่องแผนการเงิน JAS มี 3 ทางเลือก คือ 1)กระแสเงินสดที่ได้จากการขายสินทรัพย์เข้า JASIF ประมาณ 10,000 ล้านบาท 2)ก่อนหน้านี้ JAS มีการเพิ่มทุนไว้ก่อนแล้ว ด้วยการออกใบสำคัญแสดงสิทธิเพื่อซื้อหุ้นชุดที่ 3(JAS-W) ประมาณ 3,497 ล้านหุ้น อัตราส่วนการแปลงสิทธิ 1 : 1 ราคา 4.30 บาท ดังนั้นหากมีการแปลงสิทธิทั้งหมดจะได้เงินกว่า 15,000 ล้านบาท (ใช้สิทธิครั้งที่สอง 30 ธ.ค. 58)
          3)เพิ่มทุนให้กับพันธมิตรจากต่างประเทศที่อาจเป็นได้ทั้งญี่ปุ่นหรือเกาหลี เนื่องจาก JAS ต้องใช้เงินลงทุน 25,000-35,000 ล้านบาท โดยจะมีเงินร่วมทุนจากพันธมิตรประมาณ 10,000 ล้านบาท 4)กรณีมีความจำเป็นต้องใช้เงินเพิ่มเติม เบื้องต้นหากกู้ไม่เกิน 1 เท่าของทุน จะได้เงินประมาณ 10,000-15,000 ล้านบาท ทำให้เบื้องต้น JAS มีเงินเพื่อลงทุน 4G ประมาณ 50,000 ล้านบาท
          อย่างไรก็ดีการเริ่มดำเนินกิจการ 4G น่าจะมีเสาราว 10,000 จุด เงินลงทุนราว 10,000 ล้านบาท จะใช้เวลาติดตั้งประมาณ 3 ปี เพื่อรองรับลูกค้า 1-2 ล้านราย หรืออาจเป็นการเช่าเสาสัญญาณของผู้ให้บริการรายอื่นๆ ด้วย
          ส่วนบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ในเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ เป้าหมาย TRUE ไม่เพียงการขยายฐานลูกค้าเพื่อก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 2 เท่านั้น และด้วยทรัพยากรคลื่นความถี่ที่มีอยู่ในมือจำนวนมาก TRUE มีเป้าหมายหลายก้าวสู่เบอร์ธุรกิจนี้อย่างแน่นอน ด้วยการผสมผสานระหว่างลูกค้าบรอดแบนด์และลูกค้า 4G เข้าด้วยกัน
          ขณะที่ด้านการเงิน มีความเป็นได้สูงหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ TRUE ต้องมีการเพิ่มทุนที่เป็นได้ทั้งเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิม (ซีพีกรุ๊ป) หรือเพิ่มทุนให้กับพันธมิตร (ไชน่าโมบาย) เพราะต้นทุนใบอนุญาต 2 ใบสูงมากประมาณ 110,000 ล้านบาท ทำให้กระเงินสด TRUE ไม่เพียงพอต่อการลงทุน ที่สำคัญ TRUE มีขีดจำกัดในการกู้เงินจากสถานการเงินค่อนข้างมาก ส่วนเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (DIF) บ้างก็ตาม แต่ไม่น่าจะเพียงพอ จึงมีความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเพิ่มทุน
          นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน-กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรณี JAS ประมูลคลื่น 900 MHz ราคาสูงถึง 75,654 ล้านบาท ดังนั้น JAS ต้องมองหาพันธมิตรทางธุรกิจ หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการเพิ่มทุน เพื่อนำเงินมาลงทุน ขณะที่ TRUE ประมูลได้ทั้งคลื่น 1800 MHz ด้วยราคา 39,792 ล้านบาท และคลื่น 900 MHz ด้วยราคา 76,298 ล้านบาท คาดว่าเงินกู้ไม่เพียงพอ ทำให้อาจต้องมีความเสี่ยงในการเพิ่มทุนเช่นกัน
          ทั้งนี้การที่ TRUE ได้ใบอนุญาตคลื่น 900 MHz นั้น เนื่องจากประมูลได้ครบทุกคลื่น ส่งผลดีต่อ TRUE ด้านการขยายเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ แต่มีผลเสียที่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนิน TRUE ช่วง 1-3 ปีไม่ดีนัก จากเงินลงทุนที่ต้องใช้จำนวนมาก
          ส่วนผลดีกรณี JAS ประมูลคลื่นความถี่ได้ตามเป้าหมาย คือ เข้าสู่อุตสาหกรรมโทรคมนาคม สามารถต่อยอดธุรกิจเดิมอย่างอินเตอร์ความเร็วสูงได้ แต่มีข้อเสียคือ JAS ไม่มีฐานลูกค้า ไม่มีอุปกรณ์ต่างๆ ต้องลงทุนใหม่ทั้งหมด ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนสูงมาก ดังนั้นหากไม่มีฐานเงินทุนที่เพียงพอจะต้องหาพันธมิตรหรือเพิ่มทุน
          ขณะเดียวกันประเมินแผนธุรกิจทั้ง  4 ราย หลังประมูลจบสิ้นลง โดย TRUE จากนี้ต้องหาเงินเม็ดเงินลงทุนและเร่งขยายธุรกิจ 4G บนคลื่น 900 MHz ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากเดิมในต่างจังหวัด TRUE คลื่นไม่ค่อยดี การได้คลื่น 900 MHz สามารถตอบโจทย์ได้ แต่ว่าการลงทุนจะกดดันผลการดำเนินงาน ขณะที่ JAS จากนี้ต้องมีการพูดคุยกับพันธมิตรหรือลงทุนเอง เบื้องต้นคาดว่าจะเช่าเสาสัญญาณผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายเดิม แต่มีความเสี่ยงในการเพิ่มทุนหากไม่มีพันธมิตร
          ส่วนกรณี ADVANC ต้องเดินหน้าขยาย 4G หลังได้คลื่นความถี่ 1800 MHz แต่จากจำนวนคลื่นความถี่ที่มีน้อย ดังนั้นต้องเจรจากับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เช่าใช้สัญญาณ เพื่อเพิ่มแบนด์วิธให้กว้างขึ้น เพื่อนำไปพัฒนา 4G ส่วน DTAC การที่ไม่ได้คลื่นใหม่เลย จะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจเสียส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) อย่างไรก็ตามช่วง 3 ปีนี้ DTAC มีคลื่นเพียงพอต่อการให้บริการ 3G และ 4G รวมทั้งอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ด้วย
          อย่างไรก็ตามการเข้ามาของ JAS ครั้งนี้ ทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมแข่งขันสูง ขณะที่ตลาดไม่ได้เติบโตเร็วมาก ดังนั้นทั้ง JAS-TRUE หากราคาบวกขึ้นมา แนะนำ “ขาย” เพื่อลดความเสี่ยงจากกำไรช่วง 1-3 ปี ไม่ดีนักและมีความเสี่ยงการเพิ่มทุน นอกจากเห็นว่าไม่มีผลกระทบจากการเพิ่มทุน จึงเป็นจังหวะเข้าซื้อ ขณะที่ ADVANC หากราคาย่อตัวลงแนะนำ “ซื้อ” เพราะมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 250-260 บาทอยู่มาก
          ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าทั้ง JAS-TRUE ที่ชนะประมูลคลื่น 900MHz เป็น Negative surprise มองเป็นลบต่อกลุ่มสื่อสาร เนื่องจากถือว่ามีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาด จะส่งผลลบต่อแนวโน้มการเติบโตของรายได้กลุ่มสื่อสารโดยรวม และการแข่งขันเพิ่มขึ้น แนวโน้มปรับลดราคาเป้าหมายลงทุกตัว
          โดยผลกระทบต่อเบื้องต้น ADVANC อาจต้องลงทุน Capex เพิ่มขึ้น (คลื่นน้อย) ใช้ค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาฐานลูกค้า ส่วน DTAC มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการทำธุรกิจหลังปี 2561 เมื่อสัญญาสัมปทานหมดอายุ เหลือคลื่นเดียว คือ 2.1 GHz นั่นหมายถึงส่วนแบ่งตลาดรายได้มีโอกาสลดลงสูง หากไม่มีการประมูล 1800 MHz รอบใหม่หลังปี 2558 แม้ DTAC จะสามารถแข่งขันได้ช่วงปี 2559-2561 จากคลื่นบนสัญญาสัมปทาน แต่มีต้นทุนสูงกว่าคู่แข่ง
          สำหรับ TRUE ต้องเพิ่มทุนแน่นอนและต้องเพิ่ม Capex และค่าใช้จ่ายการตลาด ขณะที่การแข่งขันมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น กดดันรายได้ ถึงแม้มีโอกาสแย่งส่วนแบ่งตลาดรายได้จาก ADVANC และ DTAC และมีแนวโน้มกลับมารายงานขาดทุนช่วง 2559-2561 และไม่สามารถจ่ายเงินปันผล ขณะที่ JAS แนวโน้มจะขาดทุนทุกปีและไม่น่ามีมูลค่าเหลือจากการลงทุน การได้คลื่นมาที่ราคากว่า 75,000 ล้านบาท มีแนวโน้มขาดทุนทุกปี
          โดยภาพรวมวันนี้ (21 ธ.ค.) ราคาหุ้นน่าจะปรับลดลงทุกตัว แต่ชอบ ADVANC ที่สุดในกลุ่มนี้ เนื่องจากยังสามารถจ่ายเงินปันผลได้ แต่ต้องปรับลดกำไรสุทธิลง นั่นหมายถึงราคาหุ้นลดลงมา เพื่อให้ได้ผลตอบแทน 5-6% ขณะที่ DTAC, TRUE, JAS ถือว่าไม่น่าสนใจลงทุนช่วงนี้
          นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกสทช.กล่าวว่า อนาคตการแข่งขันในตลาดมือถือ หลังการประมูล ADNAVC และ DTAC แม้ไม่ชนะการประมูล แต่ระดับราคาที่ยืนหยัดสู้ในการประมูลที่ไม่ต่ำกว่า 70,000 ล้านบาท ทั้ง 2 ค่าย สะท้อนให้เห็นว่าทั้ง 2 ค่ายสู้เต็มที่และไม่ได้ส่งสัญญาณแม้แต่น้อยว่า จะถอนตัวออกจากตลาดมือถือเมืองไทย โดยแต่ละค่ายมีคลื่นความถี่ย่านอื่นๆ ที่จะให้บริการได้อยู่ ในปัจจุบันทั้ง 2 ค่ายไม่ได้ตกอยู่ภายใต้สถานการณ์คับขันแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องกำหนดกลยุทธ์เพื่อรักษาคุณภาพบริการและส่วนแบ่งการตลาดให้ได้
          สำหรับ TRUE การมุ่งมั่นเอาจริงเพื่อชนะการประมูลทั้งคลื่นความถี่ 900 MHz และ 1800 MHz แสดงให้เห็นถึงความต้องการก้าวสู่อันดับ 1 ของตลาดมือถือไทย การครอบครองคลื่นหลายย่านความถี่ในปริมาณมาก จะเป็นผลดีต่อคุณภาพบริการและความครอบคลุมของพื้นที่ให้บริการ
          ส่วน JAS เดิมมีบริการบรอดแบนด์แบบมีสายและบริการไวไฟอยู่แล้ว การเพิ่มบริการบรอดแบนด์ผ่านมือถือ ทำให้สามารถบริการลูกค้าบรอดแบนด์ได้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น และแม้ว่าราคาคลื่นที่ JAS ได้ราคาสูงเกินไปสำหรับรายใหม่ที่จะทำกำไร เพราะเป็นระดับราคาของรายเก่ารายใหญ่ แต่เชื่อว่า JAS จะหาพันธมิตรทางธุรกิจกับค่ายมือถือเดิมที่ไม่ชนะการประมูลครั้งนี้ เพื่อลดต้นทุนส่วนอื่นในการเข้าสู่ตลาดมือถือ
          จึงต้องจับตาว่าค่ายมือถือที่ครอบครองคลื่นความถี่ปริมาณน้อยกว่าค่ายอื่นๆ น่าจะมีโอกาสเป็นพันธมิตรที่ผลประโยชน์ลงตัวมากที่สุดใช่หรือไม่ ทั้งนี้การที่มีผู้ให้บริการรายใหม่เกิดขึ้น จะกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันเพื่อผู้บริโภคอีกครั้งหนึ่ง หลังจากการแข่งขันในตลาดมือถือของ 3 ค่ายใหญ่อยู่ในสภาพตกตะกอนมาหลายปี
          นายลาร์ส  นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DTAC กล่าวหลังพ่ายแพ้การประมูลว่า สำหรับเงินที่นำไปประมูลจะนำกลับมาเป็นเงินที่ลงทุนพัฒนาเครือข่ายและรุกทำการตลาดที่เข้มข้นในการให้บริการ 4G และ 3G ของสังคมไทย โดยลูกค้า DTAC จะได้ใช้บริการ 4G และ 3G ที่มีคุณภาพ อัตราค่าบริการที่คุ้มค่าที่สุดและมั่นใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับจำนวนคลื่นความถี่ทั้งหมดที่ถือครองมากพอที่จะให้บริการทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง
          ขณะที่ ADVANC ชี้แจงว่า การตัดสินใจไม่ประมูลคลื่น 900 MHz ต่อถือเป็นการตัดสินใจที่บริษัทได้พิจารณามาแล้วอย่างรอบคอบ โดยก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมประมูลคลื่น 900 MHz บริษัทได้ศึกษาเพื่อกำหนดราคาประมูลที่เหมาะสมทางธุรกิจว่าควรเป็นเท่าไร อย่างไร รวมทั้งได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษามาร่วมคาดการณ์ถึงผลลัพธ์และความเป็นไปได้ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการประมูลครั้งนี้ กรณีนี้เมื่อราคาการประมูลขึ้นไปสูงเกินกว่าราคาเหมาะสมที่บริษัทกำหนดไว้ บริษัทจึงตัดสินใจไม่ประมูลต่อ อีกทั้งอนาคตยังจะมีการประมูลคลื่นความถี่อื่นๆ ตามที่กสทช.ประกาศไว้ เช่น คลื่นความถี่ 1800 MHz ซึ่งจะสิ้นสุดสัมปทานกับ CAT ในอีก 3 ปีข้างหน้า และคลื่นความถี่ 2300 MHz/2600 MHz และที่มีปริมาณ Bandwidth อีกมากเป็นต้น