Published on 2015-09-08   By ทันหุ้น

ทันหุ้น - หลักทรัพย์บัวหลวงเผยตลาดหุ้นเดือนสิงหาคมผันผวนหนัก พาวอลุ่มDW มีสัดส่วนต่อการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งระบบสูงสุดเป็นประวัติการณ์  DW อ้างอิงดัชนี SET50, PTT ติดชาร์ต ลุยส่ง 20 ตัวใหม่ลงตลาด 10 กันยายนนี้ พร้อมชี้แจง 5 ปัจจัยทำราคา DW วิ่งไม่สอดคล้องกับราคาหุ้นอ้างอิง
          นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง ภาพรวมการซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrant : DW) ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่าท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นผันผวนอย่างหนักตลอดเดือน ส่งผลให้นักลงทุนเข้ามาซื้อขายเก็งกำไร DW จำนวนมาก โดยสัดส่วนการซื้อขาย DW ต่อการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งระบบเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.4% สูงสุดนับตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอนุญาตให้มีการออก DW ครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2552 โดยมีการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรกในกลุ่มดัชนีหลักทรัพย์คิดเป็น 43.4% กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค 14.5% และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 9.2% รวมทั้งมีการซื้อขาย DW ประเภท Put ในสัดส่วน 58.5% ของปริมาณการซื้อขาย DW ทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดเป็นประวัติการณ์
          "ส่วนหุ้นอ้างอิงที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรกเป็น DW ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 ซื้อขายสูงถึง 43.2% ของการซื้อขาย DW ทั้งหมด โดยเฉพาะ Put DW รองลงมา DW ที่อ้างอิงหุ้น PTT สัดส่วน 8.7% ซึ่ง Put DW ได้รับความสนใจมากหลังราคาน้ำมันทำนิวโลว์และอันดับ 3 DW ที่อ้างอิงหุ้น ITD สัดส่วน 5.0% โดยเฉพาะ Call DW แม้ไตรมาส 2 งบออกมาขาดทุนก็ตาม แต่นักลงทุนมั่นใจรัฐเดินหน้าโครงการลงทุนจะหนุนให้ครึ่งปีหลังบริษัทจะพลิกมีกำไรได้"
          สำหรับปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นมาจากปัจจัยทั้งภายในและต่างประเทศ  ได้แก่ เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ การประกาศตัวเลขภาคการผลิต (PMI) ของจีนต่ำสุดในรอบ 6 ปี จึงกังวลเศรษฐกิจจะชะลอตัว รวมถึงสถานการณ์ไม่สงบระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้และราคาน้ำมันดิบทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 6 ปีครึ่ง สะท้อนความกลัวของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาสูงขึ้น จึงเทขายหุ้นทั่วโลก ขณะที่ตลาดหุ้นไทยทำนิวโลว์หลุดระดับ 1,300 จุด จึงมีแรงซื้อเก็งกำไร Put DW หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งถูกกระทบจากราคาน้ำมันหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิด รวมถึงดัชนี SET50 เพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ต อย่างไรก็ตามช่วงปลายเดือนสิงหาคมหุ้นไทยมีทิศทางที่ดีขึ้นหลังจีดีพีของสหรัฐอเมริกาออกมาดี และคลายกังวลจีนหลังรัฐบาลออกมาตรการสนับสนุนตลาดต่อเนื่อง รวมถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ซึ่งเร่งเดินหน้าโครงการลงทุนรัฐและออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ นักลงทุนจึงเข้ามาเก็งกำไร Call DW ในหุ้นกลุ่มเกี่ยวข้องการบริโภคภายในประเทศ เช่น สื่อสาร รับเหมาก่อสร้าง ค้าปลีก เป็นต้น
          ปัจจุบัน DW ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2558 มีจำนวน 942 รุ่น แบ่งเป็น Call 688 รุ่นและ Put 254 รุ่น มีหุ้นอ้างอิงที่เสนอขายรวม 99 ตัว โดยหลักทรัพย์บัวหลวงมีจำนวน DW สูงสุด คิดเป็น 23.25% ของจำนวนทั้งหมดในตลาดและมีจำนวนหลักทรัพย์อ้างอิงให้เลือกสูงสุดคิดเป็น 70.59% รวมทั้งมีส่วนแบ่งการตลาดเมื่อคิดจากมูลค่าการซื้อขายการซื้อขายสะสมในในเดือนสิงหาคมเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 49.9% นายบรรณรงค์ กล่าวว่า หลักทรัพย์บัวหลวงยังเตรียมออก DW ชุดใหม่จำนวน 20 ตัวทั้งประเภท Call และ Put อ้างอิง 10 หลักทรัพย์ได้แก่ ADVANC, AOT, INTUCH, IRPC, JAS, KTB PTTEP, SCB, TRUE และดัชนี SET50 โดย DW มีอายุ 6 เดือน เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ วันที่ 10 กันยายนนี้ และซื้อขายวันสุดท้าย 5 เมษายน 2559 สำหรับ DW ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 ตัวใหม่จะมีจุดเด่นตรงที่มีอัตราทดสูงถึง 6-8 เท่า ซึ่งจะเหมาะกับนักลงทุนชอบเก็งกำไรระยะสั้น
          อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนได้สอบถามเกี่ยวกับราคา DW กับราคาหุ้นอ้างอิงในบางครั้งเคลื่อนไหวไม่สอดคล้องกัน ทั้งนี้สาเหตุหลักเกิดจาก 5 กรณี ได้แก่ 1.ผู้ดูแลสภาพคล่องกระจายขาย DW ออกไปมากจนกระทั่งไม่มี DW เพียงที่จะปรับราคา DW ให้สัมพันธ์กับระดับราคาของหุ้นอ้างอิงได้ ดังนั้นการซื้อขาย DW ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จึงเกิดจากความต้องการซื้อและความต้องการขายของนักลงทุนโดยทั่วไป ซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของผู้ดูแลสภาพคล่อง ดังนั้นนักลงทุนควรติดตามข่าวสารและประกาศจากเว็บไซต์ผู้ออก รวมถึงหมั่นตรวจสอบราคาที่เหมาะสมของ DW ก่อนการลงทุนทุกครั้งที่ www.blswarrant.com