คอลัมน์ Mission CEOภารกิจพิชิตเป้า

Published on 2014-12-08   By กรุงเทพธุรกิจ

          biz@nationgroup.com

          Mission CEO ฉบับ 546 วันที่ 8-14 ธันวาคม 2557

          อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจมาร์ท (JMART) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทเจมาร์ท จับมือร่วมกันจัดงาน"IT Junction Dealer Convention 2014"ในวันนี้ ด้วยการดึงจุดแข็งของทั้ง 3 บริษัท ได้แก่ บจก.เจเอเอส แอสเซ็ทผู้ให้บริการเช่าพื้นที่ ไอที จังก์ชั่น (IT Junction) ทั้ง 46 สาขาทั่วประเทศ ได้ทำการคัดเลือก ผู้แทนจำหน่ายระดับดีเยี่ยมกว่า 500 รายเพื่อให้ได้เข้าร่วมงาน เพื่อพบปะตกลงธุรกิจกับพันธมิตรแบรนด์โทรศัพท์มือถือชั้นนำกว่า 30 ราย ทั้งในกลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เอไอเอส, ดีแทค และทรูมูฟเอช กลุ่มแบรนด์โทรศัพท์มือถือ อาทิ ซัมซุง, แอลจี, ออปโป้, หัวเว่ย ฯลฯ และกลุ่มอุปกรณ์เสริมต่างๆ ขณะที่ บมจ.เจมาร์ทในฐานะตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เสริมหลากหลายค่ายเป็นผู้รวบรวมพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำกว่า 30 ราย มาอยู่ในงาน ครั้งนี้ และได้เตรียมจับรางวัลผู้โชคดี มอบรถกระบะโตโยต้า Vigo และรถมอเตอร์ไซค์Honda พร้อมของรางวัลอื่นๆ อีก

          วิรัฐ สุขชัย กรรมการผู้จัดการ บมจ.ไฟร์วิคเตอร์ (FIRE) เปิดเผยว่า ในเดือน ธ.ค.นี้ อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการไปเจรจาข้อตกลงกับบริษัทพันธมิตรในประเทศยุโรปในการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าประเภทอุปกรณ์สำหรับดับเพลิง เพื่อมาจำหน่ายในประเทศไทย ทั้งนี้หากการเจรจาสำเร็จ คาดว่าจะสามารถเริ่มทำการตลาดและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ภายในปี 58 ซึ่งเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะสร้างอัตรากำไร (มาร์จิ้น) ให้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทันสมัย ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัย และความต้องการของลูกค้าในกลุ่มลูกค้าด้านโรงงานอุตสหากรรมและอาคารสูง ตลอดจนรองรับงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่กำลังขยายตัวได้เป็นอย่างดี ปี 58 คาดอัตราการเติบโตมีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบจากปีนี้ที่คาดว่า มีการเติบโต 10 เปอร์เซ็นต์ จากการปรับกลยุทธ์โดยหันมาเจาะกลุ่มลูกค้าในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม และกำลังจะขยายไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

          พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.อาร์เอส (RS) กล่าวว่า ปี 58 คาดกำไร จะมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากบริษัทได้เตรียมปรับอัตราค่าโฆษณาของช่อง 8 เป็นอัตรา 5 หมื่น-1 แสนบาท ต่อนาที จากเดิม 2.5 หมื่น-5 หมื่นบาทต่อนาที และช่อง 1 จะปรับขึ้นเป็น 1 หมื่นบาทต่อนาที จาก 1.8 พันบาท ต่อนาที เนื่องจากแผนธุรกิจทีวีดิจิตอลเริ่มเห็นความชัดเจน โดยสัดส่วนรายได้จากธุรกิจทีวีในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 85-90 เปอร์เซ็นต์ จากปีนี้อยู่ที่ 75 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ บริษัทจะปรับแผนจากการขายโฆษณาจากสัญญาระยะยาวให้เป็นสัญญาระยะสั้นลง เนื่องจากปีนี้การแข่งขันค่อนข้างสูงและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้บริษัทต้องเร่งขายโฆษณาระยะยาวเพื่อลดความเสี่ยง ส่วนรายได้ปี 58 ยังมองว่ามีการเติบโต แต่คงไม่มากนัก เนื่องจากปี 57 มีการบันทึกรายได้พิเศษจากเป็นผู้บริหารลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 เป็นรายได้ พิเศษเข้ามาในปีนี้ด้วย

          พิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เปิดเผยว่า คาดปี 58 รายได้รวมของกลุ่ม JAS เติบโต 30 เปอร์เซ็นต์ จากปีนี้ เนื่องจากการขยายฐานลูกค้าที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูงภายใต้ 3BB เพิ่มอีกเท่าตัว หรือเพิ่มขึ้นอีก 4 แสนราย จากปีนี้ที่มีเป้าหมายขยายลูกค้าใหม่เพิ่ม 2 แสนราย โดยปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าแล้ว 1.6 ล้านราย ซึ่งบริษัทตั้งบลงทุนรวมในปีหน้า 6,000-7,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการขยายโครงข่ายการให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศบริษัทยังคาดปี 58 EBITDA ของกลุ่ม JAS จะเติบโต ต่อเนื่องจากปีนี้ที่คาดว่าจะมี EBITDA ราว 7,000 ล้านบาท ตามการเติบโตของลูกค้า ส่วนผลประกอบการในปี 57 คาดว่ากำไรสุทธิของทั้งกลุ่ม JAS จะสูงกว่าปีก่อนที่มีกำไรราว 3,002 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมน่าจะเติบโตได้ 15-20 เปอร์เซ็นต์ จากปี 56 รายได้รวมที่ 1.12 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะจากบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์

          เฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) กล่าวว่า ผลประกอบการงวดปี 57 (1 ต.ค.56-30 ก.ย.57) บริษัทมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 1,015 ล้านบาท นับเป็น ผลกำไรสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยสามารถพลิกจากผลขาดทุนสุทธิที่ 5,199 ล้านบาท ในปี 56 ในรอบปี 57 TTA มีรายได้ รวมทั้งสิ้น 21,431 ล้านบาท สำหรับปีหน้ายังคงเดินหน้าขยายพอร์ตการลงทุนด้วยกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงไปในธุรกิจใหม่ๆ ที่มีการเจริญเติบโตสูงเหมือนเช่นที่ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วกับการลงนามในสัญญาจองซื้อหุ้นของบริษัท ไซโน แกรนด์เนส ฟู้ดส์ อินดัสตรี กรุ๊ป จำกัด (SGFI) ซึ่งเป็นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่มีการเติบโตสูงในจีน และกำลังอยู่ในระหว่างรอการพิจารณาอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและตลาดหลักทรัพย์สิงค์โปร์ เชื่อว่าด้วยประสบการณ์และเครือข่ายทางด้านโลจิสติกส์ในระดับสากลที่เรามีอยู่ จะช่วยเปิดลู่ทางตลาดส่งออกสินค้าของ SGFI ให้กระจายไปยังประเทศอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

          นพ.  สมยศ อนันตประยูร ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) เปิดเผยว่า ผลประกอบการในปี 57 คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 2,610 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มงานภาคราชการ 550 ล้านบาท กลุ่มบริษัทเอกชนในประเทศ 887 ล้านบาท ส่งออก 403 ล้านบาท กลุ่มบริการ 50 ล้านบาท และอื่นๆ อีก 20 ล้านบาท รวมถึงบริษัทลูกอีกกว่า 700 ล้านบาท โดยรายได้หลักยังคงมาจากการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า Distribution มูลค่ากว่า 922 ล้านบาท และหม้อแปลงไฟฟ้า Power 918 ล้านบาท สำหรับกองทรัสต์ WHART คาดว่าเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงกลางเดือน ธ.ค.57 ส่วนการกำหนดราคาเสนอขายหน่วยลงทุนนั้น คงต้องสำรวจความต้องการนักลงทุน(book building)จากนักลงทุนสถาบันก่อน การเติบโตของกองทรัสต์ WHART จะมาจาก 2 ส่วนหลัก คือ จากการปรับเพิ่มขึ้นของค่าเช่าศูนย์กระจายสินค้าทุกๆ 3 ปี และจากการลงทุนเพิ่มซึ่งคาดว่าจะมีการเพิ่มทุนทุกๆ ปี

          กังวาล กุศลธรรมรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสริช คอร์ปอเรชั่น (IRCP) เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับ บริษัทจีทเว็นทิ เอ็นไวรอนเมนท์ โซลูชั่น กรุ๊ป จำกัด จดทะเบียน ในประเทศสิงคโปร์และแจ้งความก้าวหน้าในการลงทุนในธุรกิจ ด้านพลังงานของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าโครงการโรงไฟฟ้า พลังงานจากขยะแห่งแรกจะดำเนินการตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือที่ปริมาณขยะสดวันละประมาณ 250 ตัน จะสามารถพัฒนากำลังผลิตกระแสไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 4.25MW หรือคิดเป็นการผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 102,000 หน่วยต่อวัน และกำลังเริ่มดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะ โดยการร่วมมือกับบริษัทแห่งหนึ่งที่มีความชำนาญในเรื่องการบริหารจัดการและกำจัดขยะและ บริษัทจีทเว็นทิ เอ็นไวรอนเมนท์ โซลูชั่น พีทีอี กรุ๊ป จำกัด เจ้าของเทคโนโลยีการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน